หน้าแรก / บทความ / Checklist อาการเสียวฟัน กินของเย็นแล้วเจ็บจี๊ด เกิดจากคอฟันสึกหรือโรคเหงือกกันแน่ พร้อมวิธีแก้ไขอย่างตรงจุด

Checklist อาการเสียวฟัน กินของเย็นแล้วเจ็บจี๊ด เกิดจากคอฟันสึกหรือโรคเหงือกกันแน่ พร้อมวิธีแก้ไขอย่างตรงจุด

วันที่ 21 Jul 2026 โดย Workwithsirichai หมวดหมู่ Uncategorized

เคยไหมคะ? อาการ เสียวฟัน ที่ต้องคอยปฏิเสธไอศกรีมรสโปรด บิงซูเย็นฉ่ำ หรือแม้แต่น้ำแข็งใสในวันอากาศร้อน ๆ เพียงเพราะแค่ตักเข้าปากคำแรก ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวกับความรู้สึก “เจ็บจี๊ดลึก ๆ แสบขึ้นสมอง” จนแทบอยากจะร้องไห้ อาการเสียวฟันเวลาดื่มน้ำเย็น เคี้ยวอาหาร หรือแม้แต่ตอนที่ลมเย็น ๆ พัดโดนฟัน เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพช่องปากยอดฮิตที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตและความสุขในการกินของคนเราอย่างมหาศาลเลยค่ะ

หลายคนมักจะคิดว่าอาการเสียวฟันเป็นเรื่องธรรมดา แค่เปลี่ยนไปใช้ยาสีฟันลดอาการเสียวฟันก็คงหาย แต่ในความเป็นจริงทางทันตกรรม อาการเจ็บจี๊ดเมื่อโดนของเย็นเป็น “สัญญาณเตือนภัย (Alarm Signal)” จากใต้ผิวฟันว่า ด่านป้องกันตามธรรมชาติของคุณกำลังถูกทำลายลงค่ะ โดยตัวการหลักที่ทำหน้าที่เป็นผู้ร้ายในมหากาพย์ความเสียวฟันนี้ มักหนีไม่พ้น 2 โรคยอดฮิต คือ “โรคคอฟันสึก (Cervical Abrasion)” และ “โรคเหงือก (Gum Disease)”

แต่คำถามคือ… อาการที่คุณกำลังเป็นอยู่ตอนนี้ เกิดจากตัวการไหนกันแน่? เพราะทั้งสองโรคนี้มีสาเหตุ กลไกการพังทลายของเนื้อฟัน และแนวทางการรักษาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ คลินิกทันตกรรม The Fun Room จะพาทุกคนไปสวมบทบาทเป็นนักสืบช่องปาก เจาะลึกทำความเข้าใจกลไกของความเสียวฟัน พร้อมแจก Checklist ประเมินอาการด้วยตัวเอง และแนวทางแก้ไขอย่างตรงจุด เพื่อทวงคืนความสุขในการรับประทานอาหารเย็น ๆ ชื่นใจให้กลับมาสู่ชีวิตคุณอีกครั้งค่ะ!

ทำไมเราถึง เสียวฟัน เมื่อโดนของเย็น?

ก่อนที่จะไปแยกแยะโรค เรามาทำความเข้าใจสรีรวิทยาของฟันกันแบบง่าย ๆ ก่อนค่ะ โครงสร้างฟันของคนเราหากเปรียบเทียบกับ “ผลไม้ที่มีเปลือกและแกนกลาง” จะแบ่งได้ดังนี้

เสียวฟัน กินของเย็นแล้วเจ็บจี๊ด เกิดจากคอฟันสึกหรือโรคเหงือกกันแน่? พร้อม Checklist ประเมินอาการด้วยตัวเอง และวิธีแก้ไขตรงจุดโดยทันตแพทย์
  • เปลือกชั้นนอกสุด คือ เคลือบฟัน (Enamel) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่แข็งแกร่งที่สุดในร่างกายมนุษย์ ทำหน้าที่เหมือนเกราะกำบังปกป้องฟันจากความร้อน ความเย็น และกรดต่าง ๆ
  • เนื้อฟันชั้นใน (Dentin) ถัดจากเคลือบฟันลงมาจะเป็นชั้นของเนื้อฟัน ซึ่งความพิเศษของชั้นนี้คือ มันไม่ได้ทึบตันนะคะ แต่ประกอบไปด้วย ท่อประสาทฟันขนาดเล็กนับล้านท่อ (Dentinal Tubules) ซึ่งภายในท่อเหล่านี้จะมีของเหลวบรรจุอยู่ และท่อเหล่านี้จะวิ่งตรงยาวไปเชื่อมต่อกับ โพรงประสาทฟัน (Pulp) ที่อยู่ใจกลางฟัน ซึ่งเป็นศูนย์รวมของเส้นประสาทและเส้นเลือดรับความรู้สึกค่ะ

ในภาวะปกติที่เหงือกและเคลือบฟันของเราสมบูรณ์ดี สิ่งกระตุ้นภายนอกอย่างน้ำแข็งหรือของเย็นจะไม่สามารถส่งผ่านพลังงานไปถึงท่อเนื้อฟันได้เลยค่ะ แต่เมื่อใดก็ตามที่เกราะเคลือบฟันถูกทำลายจนสึกออกไป หรือเหงือกที่เคยคลุมรากฟันเกิดร่นลงมา จนทำให้ “ท่อเนื้อฟันเปิดออกสู่ภายนอก (Exposed Dentin)”

เมื่อคุณดื่มน้ำเย็นจัด ความเย็นจะทำให้ของเหลวภายในท่อประสาทฟันเกิดการหดตัวและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว (Fluid Movement) การเคลื่อนไหวของของเหลวนี้จะไปกระตุ้นปลายเส้นประสาทในโพรงประสาทฟันโดยตรง ส่งสัญญาณไฟฟ้าวิ่งปรู๊ดขึ้นสู่สมอง กลายเป็นความรู้สึกเจ็บจี๊ดแสบทรมานที่คุณเผชิญอยู่นั่นเองค่ะ

โรคคอฟันสึก (Cervical Abrasion) ภัยเงียบจากพฤติกรรมประจำวัน

เรามาทำความรู้จักกับผู้ร้ายตัวแรกกันค่ะ “คอฟันสึก” คือภาวะที่เนื้อฟันบริเวณรอยต่อระหว่างตัวฟันกับขอบเหงือก (บริเวณคอฟัน) มีการสูญเสียผิวเคลือบฟันไป จนเกิดเป็นรอยหวำ รอยเว้าขรุขระ หรือเป็นร่องลึกคล้ายตัว V (V-shaped notch) ทำให้เนื้อฟันชั้นในโผล่ออกมาเผชิญโลกภายนอก

เสียวฟัน กินของเย็นแล้วเจ็บจี๊ด เกิดจากคอฟันสึกหรือโรคเหงือกกันแน่? พร้อม Checklist ประเมินอาการด้วยตัวเอง และวิธีแก้ไขตรงจุดโดยทันตแพทย์

สาเหตุหลักของคอฟันสึก (ที่คุณอาจกำลังทำอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว)

  • การแปรงฟันผิดวิธีอย่างรุนแรง: หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าการแปรงฟันต้องออกแรงเยอะ ๆ ถูซ้ายถูขวาในแนวนอนแรง ๆ เหมือนขัดพื้นห้องน้ำถึงจะสะอาดสะใจ แต่ความจริงแล้ว การแปรงฟันแนวนอนแรง ๆ ร่วมกับการใช้ แปรงสีฟันขนแข็ง จะทำหน้าที่เหมือนใบเลื่อยที่ค่อย ๆ เลื่อยตัดและขัดถูเอาเคลือบฟันบริเวณคอฟันซึ่งเป็นส่วนที่บางที่สุดให้หลุดลอกออกไปเรื่อย ๆ ค่ะ
  • พฤติกรรมการนอนกัดฟัน (Bruxism): การนอนกัดฟันหรือการเคี้ยวขบฟันแน่น ๆ ในตอนกลางวัน จะทำให้เกิดแรงบิดเคี้ยว (Flexural Forces) มหาศาลไปสะสมอยู่ที่บริเวณคอฟัน แรงเค้นนี้จะทำให้เคลือบฟันบริเวณคอฟันเกิดรอยร้าวขนาดเล็ก (Microfractures) และค่อย ๆ แตกหลุดลอกออกไป (เรียกภาวะนี้ว่า Abfraction)
  • การบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรดสูง: การชื่นชอบดื่มน้ำอัดลม โซดา น้ำมะนาว สมูทตี้รสเปรี้ยว หรือไวน์เป็นประจำ กรดเหล่านี้จะเข้าไปกัดกร่อนทำให้เคลือบฟันอ่อนนุ่มลง เมื่อโดนแปรงสีฟันขัดถูซ้ำ เคลือบฟันจึงสึกกร่อนไปได้อย่างรวดเร็วค่ะ

โรคเหงือกและเหงือกร่น (Gum Disease & Recession) รากฐานพังทลาย

ผู้ร้ายตัวที่สองไม่ได้เกิดจากตัวฟันโดยตรงค่ะ แต่เกิดจาก “โครงสร้างรอบ ๆ ฟัน” นั่นคือเหงือกและกระดูกขากรรไกร โดยธรรมชาติแล้ว ส่วนรากฟันของคนเราจะไม่มีเคลือบฟัน (Enamel) คลุมนะคะ แต่จะมีสารเคลือบรากฟัน (Cementum) บาง ๆ คลุมอยู่ ซึ่งสารนี้หลุดลอกง่ายมาก สิ่งที่คอยปกป้องรากฟันไว้จึงมีเพียงแค่ “เหงือก” ที่ปกคลุมไว้มิดชิดเท่านั้น

เมื่อเกิด โรคเหงือกอักเสบ (Gingivitis) จากการสะสมของคราบพลัค คราบอาหาร และหินปูนที่ขอบเหงือก แบคทีเรียจะปล่อยสารพิษทำให้เหงือกบวม แดง และอักเสบ หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา โรคจะลุกลามกลายเป็น โรคปริทันต์อักเสบ (Periodontitis) แบคทีเรียจะเริ่มทำลายกระดูกรองรับรากฟันใต้เหงือก เมื่อกระดูกละลายตัวลดระดับลง เหงือกที่เกาะอยู่บนกระดูกก็จะ “ร่นตามลงไปด้วย (Gum Recession)”

ผลลัพธ์คือ รากฟันจะโผล่พ้นเหงือกออกมา และเนื่องจากรากฟันมีท่อเนื้อฟันเปิดอยู่หนาแน่นมาก เมื่อโดนน้ำเย็นเพียงนิดเดียว จึงเกิดอาการเสียวฟันอย่างรุนแรงและลึกซึ้งกว่าปกติค่ะ

Checklist ประเมินอาการ เสียวฟันของคุณเกิดจากอะไรกันแน่?

ลองมาทำแบบประเมินและสังเกตอาการช่องปากของตัวเองไปพร้อม ๆ กับหมอนะคะ ลองดูว่าอาการของคุณตรงกับฝั่งไหนมากที่สุดค่ะ

✅ Checklist ชุด A: สัญญาณบ่งชี้ “โรคคอฟันสึก”

  • ส่องกระจกดูแล้วเห็นรอยเว้า: เมื่อใช้เล็บหรือปลายไม้จิ้มฟันเขี่ยเบา ๆ ที่บริเวณคอฟันใกล้ขอบเหงือก รู้สึกสะดุดและเห็นฟันเป็นร่องหวำลงไปชัดเจน
  • สีของคอฟันเปลี่ยนไป: บริเวณคอฟันที่เป็นร่องมีสีออกเหลืองเข้มหรือน้ำตาล (ซึ่งเป็นสีของเนื้อฟันชั้นใน) ต่างจากส่วนตัวฟันที่เป็นสีขาว
  • เสียวฟันเฉพาะซี่ชัดเจน: อาการเสียวฟันจี๊ด ๆ จะเกิดขึ้นเจาะจงที่ฟันบางซี่ โดยเฉพาะฟันกรามน้อยหรือฟันเขี้ยวที่อยู่มุมปาก
  • มีพฤติกรรมเสี่ยงชัดเจน: คุณเป็นคนแปรงฟันแรง แปรงแนวนอน ชอบทานของเปรี้ยว/น้ำอัดลม หรือรู้ตัวว่าเป็นคนนอนกัดฟัน
  • เหงือกยังไม่ร่นมากแต่ฟันเว้า: ขอบเหงือกยังคงอยู่ในระดับปกติหรือร่นเล็กน้อย แต่ตัวโครงสร้างฟันบุ่มลงไปชัดเจน

✅ Checklist ชุด B: สัญญาณบ่งชี้ “โรคเหงือก / เหงือกร่น”

  • เห็นตัวฟันดูยาวขึ้นผิดปกติ: เมื่อส่องกระจกเทียบกับฟันซี่ข้าง ๆ รู้สึกว่าฟันซี่ที่มีอาการดูยาวกว่าเพื่อน เพราะขอบเหงือกร่นขึ้นไปข้างบนจนเห็นโคนฟันเรียว ๆ
  • มีเลือดออกขณะแปรงฟัน: นอกจากเสียวฟันแล้ว ทุกครั้งที่แปรงฟันหรือเคี้ยวของแข็ง มักจะมีเลือดออกตามไรฟันปนมากับน้ำลายเสมอ
  • เหงือกมีสีแดงก่ำและบวม: ขอบเหงือกไม่เป็นสีชมพูสุขภาพดี แต่มีลักษณะบวม ฉ่ำน้ำ และนิ่มขรุขระ
  • มีกลิ่นปากเรื้อรัง: รู้สึกว่ามีกลิ่นปากตลอดเวลาแม้จะเพิ่งแปรงฟันเสร็จ เนื่องจากมีเศษอาหารและแบคทีเรียฝังลึกใต้ร่องเหงือก
  • รู้สึกฟันโยกหรือขยับได้: ในเคสที่เป็นมาก เมื่อใช้นิ้วลองขยับฟันซี่ที่เสียว รู้สึกฟันมีความคลอนแคลน ไม่แน่นติดกระดูกขากรรไกร

ผลการประเมิน

  • หากคุณติ๊กถูกใน Checklist ชุด A มากกว่า อาการเสียวฟันของคุณมีแนวโน้มสูงมากที่จะเกิดจาก โรคคอฟันสึก ค่ะ
  • หากคุณติ๊กถูกใน Checklist ชุด B มากกว่า ตัวการหลักของคุณคือ โรคเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ ที่ทำให้เหงือกร่นค่ะ

📌 หมายเหตุ: ในคนไข้บางคนสามารถเป็นทั้งสองโรคพร้อมกันได้ในซี่เดียวกันนะคะ ซึ่งต้องได้รับการดูแลรักษาที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นค่ะ

แนวทางการแก้ไขอย่างตรงจุดโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง

เมื่อเราแยกแยะสาเหตุได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเข้าสู่กระบวนการรักษาเพื่อปิดท่อประสาทฟันและฟื้นฟูสุขภาพช่องปากค่ะ ที่ คลินิกทันตกรรม The Fun Room เรามีแนวทางการรักษาที่ตรงจุดและนุ่มนวลดังนี้ค่ะ

แนวทางแก้ไขสำหรับ “โรคคอฟันสึก”

เสียวฟัน กินของเย็นแล้วเจ็บจี๊ด เกิดจากคอฟันสึกหรือโรคเหงือกกันแน่? พร้อม Checklist ประเมินอาการด้วยตัวเอง และวิธีแก้ไขตรงจุดโดยทันตแพทย์

1. การอุดฟันบริเวณคอฟัน (Cervical Filling)

หากร่องสึกมีความลึกชัดเจน ทันตแพทย์จะแนะนำให้ทำความสะอาดผิวฟันและใช้วัสดุอุดฟันสีเหมือนฟันธรรมชาติ (เช่น คอมโพสิตเรซิน หรือ กลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์) มาทำการ “อุดเติมเต็มร่องที่เว้าหายไป” การอุดฟันวิธีนี้เปรียบเสมือนการสร้างฉนวนกันความร้อนและความเย็นมาฉาบปิดท่อเนื้อฟันไว้หนา ๆ อาการเสียวฟันจะหายเป็นปลิดทิ้งทันทีหลังทำเสร็จ และช่วยป้องกันไม่ให้ฟันสึกหรอลึกไปมากกว่าเดิมด้วยค่ะ

เสียวฟัน กินของเย็นแล้วเจ็บจี๊ด เกิดจากคอฟันสึกหรือโรคเหงือกกันแน่? พร้อม Checklist ประเมินอาการด้วยตัวเอง และวิธีแก้ไขตรงจุดโดยทันตแพทย์

2. การเคลือบสารลดอาการเสียวฟัน (Desensitizing Agent)

ในเคสที่คอฟันสึกเพียงเล็กน้อย ยังไม่ลึกพอที่จะใส่วัสดุอุดฟันได้ ทันตแพทย์จะใช้สารเคมีเข้มข้นเฉพาะทางมาทาเคลือบผิวฟัน สารนี้จะเข้าไปทำปฏิกิริยาตกตะกอนปิดบล็อกปากท่อประสาทฟันขนาดเล็ก ช่วยลดการเคลื่อนไหวของเหลวภายในท่อ ทำให้อาการเสียวฟันบรรเทาลงค่ะ

3. การทำเฝือกสบฟันสำหรับคนนอนกัดฟัน (Night Guard)

หากสาเหตุเกิดจากการนอนกัดฟัน ทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ปากเพื่อสร้างเฝือกสบฟันพลาสติกใสให้คนไข้ใส่เฉพาะตอนนอน เครื่องมือนี้จะช่วยรองรับและกระจายแรงบดเคี้ยวมหาศาลยามค่ำคืน ไม่ให้ไปลงน้ำหนักที่บริเวณคอฟัน ช่วยหยุดยั้งการแตกหักของเคลือบฟันได้อย่างดีเยี่ยมค่ะ

แนวทางแก้ไขสำหรับ “โรคเหงือกและเหงือกร่น”

เสียวฟัน กินของเย็นแล้วเจ็บจี๊ด เกิดจากคอฟันสึกหรือโรคเหงือกกันแน่? พร้อม Checklist ประเมินอาการด้วยตัวเอง และวิธีแก้ไขตรงจุดโดยทันตแพทย์

4. การขูดหินปูนและการเกลารากฟัน (Scaling & Root Planing)

หากเหงือกร่นจากการสะสมของหินปูน การรักษาเบื้องต้นคือการขูดหินปูนเหนือเหงือกออกให้หมด และในเคสที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบ ทันตแพทย์ต้องทำการ “เกลารากฟัน (Root Planing)” ซึ่งเป็นการใช้เครื่องมือสอดลงไปใต้ขอบเหงือกเพื่อขูดทำความสะอาดคราบหินปูนและเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อแบคทีเรียที่เกาะแน่นอยู่บนผิวรากฟันออกให้เรียบเนียน เพื่อให้เนื้อเยื่อเหงือกสามารถกลับมาสมานและยึดเกาะกับผิวรากฟันได้แน่นหนาขึ้น ช่วยหยุดยั้งไม่ให้เหงือกร่นลุกลามลงไปอีกค่ะ

5. การผ่าตัดปลูกเหงือก (Gum Graft Surgery)

ในเคสที่เหงือกร่นรุนแรงจนรากฟันโผล่ออกมามาก และมีอาการเสียวฟันอย่างวิกฤตจนการอุดฟันไม่ตอบโจทย์ ทันตแพทย์เฉพาะทางโรคเหงือก (Periodontist) อาจพิจารณาทำศัลยกรรมปริทันต์ โดยการย้ายเนื้อเยื่อเหงือกจากบริเวณเพดานปากมา “ปลูกย้ายคลุมปิดบริเวณรากฟันที่ร่น” เพื่อสร้างเนื้อเยื่อเหงือกใหม่มาปกป้องรากฟันไว้ตามธรรมชาติ ซึ่งวิธีนี้ต้องอาศัยทักษะความเชี่ยวชาญระดับสูงมากค่ะ

คู่มือการปรับพฤติกรรมที่บ้าน (Homecare Guide) เพื่อหยุดยั้งความเสียวฟัน

การรักษาจากทันตแพทย์จะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนเลยค่ะ หากคนไข้กลับบ้านไปแล้วยังคงมีพฤติกรรมเดิม ๆ หมอขอแนะนำ 4 วิธีปรับพฤติกรรมง่าย ๆ ที่สามารถเริ่มทำได้ทันทีคืนนี้เลยค่ะ

  1. เปลี่ยนมาใช้ “แปรงสีฟันขนแปรงนุ่มพิเศษ (Ultra Soft)”: บอกลาแปรงสีฟันขนแข็งเด็ดขาดค่ะ ขนแปรงที่นุ่มและเรียวแหลมจะช่วยทำความสะอาดร่องเหงือกได้ดีโดยไม่ทำลายผิวเคลือบฟันและไม่ทำให้เหงือกร่นเพิ่มขึ้น
  2. ปรับสเต็ปการแปรงฟันให้ถูกวิธี: เลิกแปรงฟันแนวนอนขัดไปมาแรง ๆ นะคะ ให้ใช้ “วิธีขยับปัด (Modified Bass Technique)” โดยวางขนแปรงทำมุม 45 องศากับรอยต่อเหงือกและฟัน ขยับแปรงเบา ๆ ในแนวตั้งสั้น ๆ แล้วปัดลง (สำหรับฟันบน) หรือปัดขึ้น (สำหรับฟันล่าง) เน้นความนุ่มนวลและทั่วถึงค่ะ
  3. ใช้ยาสีฟันสูตรลดการเสียวฟันอย่างต่อเนื่อง: เลือกใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของสาร เช่น Potassium Nitrate หรือ NovaMin สารเหล่านี้จะช่วยบล็อกสัญญาณประสาทฟันและช่วยสร้างชั้นแร่ธาตุมาปิดท่อเนื้อฟันที่เปิดอยู่ โดยต้องใช้อย่างสม่ำเสมอนาน 2–3 สัปดาห์ขึ้นไปจึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนนะคะ
  4. ปรับเวลาในการแปรงฟันหลังทานของเปรี้ยว: หากเพิ่งรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด (เช่น ต้มยำ น้ำมะนาว หรือผลไม้รสเปรี้ยว) “ห้ามแปรงฟันทันทีค่ะ” เนื่องจากกรดกำลังทำให้เคลือบฟันอ่อนนุ่มลง การแปรงฟันทันทีจะเร่งให้ฟันสึกได้ง่ายมาก แนะนำให้บ้วนน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้งเพื่อลดความเป็นกรดในช่องปาก ทิ้งเวลาไว้ประมาณ 30 นาที ให้แร่ธาตุในน้ำลายช่วยคืนความแข็งแรงแก่ผิวฟันก่อน แล้วจึงค่อยแปรงฟันตามปกติค่ะ

ทำไมต้องมาตรวจเช็กอาการเสียวฟันที่ คลินิกทันตกรรม The Fun Room?

เสียวฟัน กินของเย็นแล้วเจ็บจี๊ด เกิดจากคอฟันสึกหรือโรคเหงือกกันแน่? พร้อม Checklist ประเมินอาการด้วยตัวเอง และวิธีแก้ไขตรงจุดโดยทันตแพทย์

อาการเสียวฟันอาจดูเหมือนเรื่องเล็ก ๆ ที่ทนได้ แต่การปล่อยทิ้งไว้โดยไม่หาสาเหตุที่แท้จริง อาจนำไปสู่ปัญหาสูญเสียฟันแท้ในอนาคตได้เลยนะคะ ที่ คลินิกทันตกรรม The Fun Room เราพร้อมดูแลรอยยิ้มของคุณด้วยความเอาใจใส่และมาตรฐานระดับสากล

  • การวินิจฉัยที่แม่นยำ: ทันตแพทย์เฉพาะทางของเราจะส่องกล้องและตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดเพื่อแยกแยะระหว่างคอฟันสึกและโรคเหงือกอย่างถูกต้องตรงจุด ไม่รักษาแบบสุ่มสี่สุ่มห้า
  • วัสดุอุดฟันคุณภาพสูง: สำหรับเคสคอฟันสึก เราเลือกใช้วัสดุอุดฟันคอมโพสิตเรซินเกรดพรีเมียมที่มีความคงทน ยึดเกาะสูง และมีเฉดสีที่กลมกลืนไปกับเนื้อฟันธรรมชาติอย่างแยกไม่ออก มอบผลลัพธ์ที่สวยงามและใช้งานได้ยาวนาน
  • ความใส่ใจในทุกขั้นตอนการรักษา: เราเข้าใจว่าคนไข้ที่มีอาการเสียวฟันจะมีความไวต่อความรู้สึกมาก ในทุกการทำหัตถการ ทันตแพทย์ของเราจะทำด้วยความนุ่มนวลสูงสุด มีการใช้น้ำอุ่นหรือยาชาเฉพาะจุดเพื่อรับประกันว่าคนไข้จะรู้สึกสบายใจและไม่เจ็บตึงตลอดเวลาที่รับบริการ
  • บรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นกันเอง: คลินิกของเราออกแบบมาให้มีความโปร่งสบาย ไม่น่ากลัว เพื่อเปลี่ยนภาพจำของการไปคลินิกทำฟันให้กลายเป็นการมาดูแลสุขภาพและสปาช่องปากที่แสนเพลิดเพลินค่ะ

สรุป: อย่าทนเสียวฟัน รีบเช็กแล้วแก้ให้ตรงจุด

อาการเสียวฟันกินของเย็นแล้วเจ็บจี๊ด ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องทนยอมจำนนและตัดขาดจากอาหารจานโปรดไปตลอดชีวิตนะคะ ไม่ว่าต้นเหตุจะมาจาก โรคคอฟันสึก ที่เกิดจากแรงขัดถูและพฤติกรรมประจำวัน หรือมาจาก โรคเหงือก ที่คอยกัดเซาะรากฐานฟันจนเหงือกร่น ทั้งสองภาวะนี้ล้วนมีหนทางรักษาและป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพหากได้รับการดูแลจากทันตแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่ะ การเริ่มต้นเช็กลิสต์อาการของตัวเองในวันนี้ และตัดสินใจก้าวเดินเข้ามาพบทันตแพทย์ คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อปกป้องโครงสร้างฟันธรรมชาติของคุณไว้ไม่ให้ลุกลามจนต้องถอนทิ้งในอนาคตค่ะ

หากคุณอ่าน Checklist แล้วยังไม่แน่ใจ หรืออยากจะเข้ามาอุดคอฟัน ขูดหินปูนเกลารากฟัน เพื่อทวงคืนความสุขในการรับประทานของอร่อย ๆ คลินิกทันตกรรม The Fun Room ยินดีต้อนรับและพร้อมให้คำปรึกษาดูแลคุณเสมอค่ะ แวะมาคุยกับคุณหมอใจดีของเราได้ทุกวันนะคะ เพื่อรอยยิ้มที่สวย สุขภาพดี และกินอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อยไร้ความเสียวฟันค่ะ!

👉 โทรหาเรา หรือ ติดต่อเรา