หน้าแรก / บทความ / จัดฟันครั้งแรกที่ The Fun Room ราคาเท่าไหร่? คู่มือเตรียมงบฉบับเข้าใจง่าย ไม่มีบานปลาย!

จัดฟันครั้งแรกที่ The Fun Room ราคาเท่าไหร่? คู่มือเตรียมงบฉบับเข้าใจง่าย ไม่มีบานปลาย!

วันที่ 27 Jun 2026 โดย Workwithsirichai หมวดหมู่ Uncategorized

การมีรอยยิ้มที่เรียงตัวสวยเป็นระเบียบและช่วยเสริมความมั่นใจ คือความฝันของใครหลายคนค่ะ และ “การจัดฟัน” ก็เป็นทางเลือกยอดนิยมตลอดกาลที่ช่วย “รีโนเวทรอยยิ้ม” ของเราให้กลับมาเป๊ะปังได้จริง แต่สำหรับมือใหม่ที่กำลังจะ จัดฟันครั้งแรก คำถามที่มักวิ่งเข้ามาในหัวเป็นอันดับแรก (และกวนใจมากที่สุด) ก็คือ “จัดฟันครั้งแรกต้องจ่ายเท่าไหร่?” หรือ “มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงอะไรบ้างหรือเปล่า?”

ถ้าคุณกำลังมองหา คลินิกจัดฟัน บรรยากาศเป็นกันเองย่านลาดกระบัง–กรุงเทพฯ ที่มีทีมทันตแพทย์เฉพาะทางคอยดูแลใกล้ชิด คลินิกทันตกรรม The Fun Room คือหมุดหมายที่ไม่อยากให้พลาดเลยค่ะ! บทความนี้ซิสจะพาทุกคนเจาะลึกค่าใช้จ่ายในการจัดฟันครั้งแรกที่ The Fun Room แบบเคลียร์ชัด ม้วนเดียวจบ ไม่มีงง ไม่มีสับขาหลอก เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่และเพื่อน ๆ ทุกคนวางแผนการเงินกันได้อย่างสบายใจค่ะ

ทำไมต้องเลือกจัดฟันที่ คลินิกทันตกรรม The Fun Room?

ก่อนจะไปเจาะลึกเรื่องตัวเลขและค่าใช้จ่าย ซิสอยากชวนทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่า ทำไมใคร ๆ ถึงเลือกมาเปลี่ยนรอยยิ้มใหม่ที่ The Fun Room เพราะการจัดฟันไม่ใช่แค่การเอาเหล็กมาติดที่ฟันแล้วจบไป แต่คือการเดินทางร่วมกันยาว ๆ ตั้งแต่ 1–5 ปี การเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดค่ะ

ทีมทันตแพทย์เฉพาะทางด้านจัดฟัน

ที่ The Fun Room เราไม่รักษาแบบสุ่มสี่สุ่มห้าค่ะ ทุกเคสจะได้รับการดูแลโดยทันตแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการจัดฟันโดยเฉพาะ คุณหมอจะประเมินโครงสร้างใบหน้า ขากรรไกร และการสบฟันอย่างละเอียด เพื่อออกแบบรอยยิ้มที่ทั้งสวยและใช้งานได้ดีที่สุดสำหรับคุณ

เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

เรามีนวัตกรรมการจัดฟันให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ระบบโลหะยอดนิยม ระบบดามอน (Damon System) ไปจนถึงจัดฟันใสอัจฉริยะอย่าง Invisalign ที่ใช้ AI จำลองภาพ 3 มิติ ให้คนไข้เห็นผลลัพธ์รอยยิ้มล่วงหน้าได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มรักษาจริง

บรรยากาศผ่อนคลาย เป็นกันเอง

ลบภาพจำคลินิกทำฟันเก่า ๆ ที่น่ากลัวและชวนเกร็งไปได้เลยค่ะ เพราะที่ The Fun Room เราดีไซน์พื้นที่ให้อบอุ่นและเป็นกันเอง เหมือนคุณกำลังก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่พร้อมส่งความสนุกและรอยยิ้มกลับไป

ค่าใช้จ่ายโปร่งใส ผ่อนได้จริง

จุดเด่นที่ทำให้คนไข้ไว้วางใจเรามากที่สุดคือ “ความตรงไปตรงมา” ค่ารักษาทุกบาททุกสตางค์จะถูกชี้แจงอย่างละเอียดตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาปรึกษา มีแพ็กเกจผ่อนชำระรายเดือนที่สบายกระเป๋า ไม่มีการบีบบังคับ และไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงให้ปวดหัวหน้าเคาน์เตอร์แน่นอนค่ะ

ส่องค่าใช้จ่าย “จัดฟันครั้งแรก” ที่ The Fun Room ต้องเจออะไรบ้าง?

ค่าใช้จ่ายในการจัดฟันจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะใหญ่ ๆ ค่ะ เพื่อให้เห็นภาพง่าย ๆ ซิสได้ย่อยข้อมูลออกมาเป็นข้อ ๆ ให้แล้ว ดูกันตามนี้ได้เลยค่ะ

ระยะที่ 1: ขั้นตอนเตรียมตัวและวางแผน (วันแรกที่มาคลินิก)

ในวันแรกที่คุณเดินเข้ามาปรึกษาเรื่องการจัดฟัน คุณยังไม่ต้องควักเงินก้อนโตหลักหมื่นค่ะ สิ่งที่จะต้องเจอในวันแรกเพื่อส่งต่อข้อมูลให้คุณหมอวางแผนการรักษา มีดังนี้:

  1. ค่าปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทาง (เริ่มต้นฟรี! หรือตามโปรโมชั่นประจำเดือน): เราเปิดโอกาสให้คนไข้เข้ามาพูดคุย สอบถามข้อกังวล และประเมินสภาพฟันเบื้องต้นกับคุณหมอก่อนได้ค่ะ คุณหมอจะดูว่าฟันของคุณเป็นอย่างไร ควรจัดฟันแบบไหนถึงตอบโจทย์ เพื่อให้คุณนำข้อมูลไปตัดสินใจแบบไม่กดดัน
  2. พิมพ์ปากทำแบบจำลองฟัน หรือสแกนฟัน 3 มิติ (ประมาณ 1,000–1,500 บาท มักรวมอยู่ในโปรแรกเข้า): คุณหมอจำเป็นต้องมีแบบจำลองฟันมาวิเคราะห์ขนาดฟัน ช่องว่างระหว่างฟัน และแนวการสบฟันอย่างแม่นยำ ในเคสจัดฟันใสรุ่นพรีเมียมอย่าง Invisalign จะใช้การสแกนด้วยกล้อง iTero Scanner ที่ให้ความละเอียดสูงและไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนการพิมพ์ปากแบบเดิม ๆ
  3. เอกซเรย์ดูโครงสร้างกระดูกและรากฟัน — X-ray Panorama & Cephalometric (ประมาณ 800–1,500 บาท): ตาเปล่าของคุณหมอมองทะลุลงไปใต้เหงือกไม่ได้ค่ะ การเอกซเรย์จะช่วยให้เห็นทิศทางของรากฟัน กระดูกที่รองรับฟัน รวมถึง “ฟันคุด” ที่ซ่อนอยู่ใต้เหงือก ซึ่งข้อมูลตรงนี้สำคัญมากต่อการกำหนดทิศทางเคลื่อนฟันให้ปลอดภัยในอนาคต

ระยะที่ 2: การเตรียมช่องปากก่อนจัดฟัน (Clearance)

นี่คือขั้นตอนที่ “ค่าใช้จ่ายยืดหยุ่นที่สุด” และขึ้นอยู่กับสุขภาพช่องปากของแต่ละคนอย่างสิ้นเชิงค่ะ บางคนดูแลฟันมาดีมาก แทบไม่มีฟันผุ ก็เสียเงินส่วนนี้น้อยมาก ส่วนบางคนละเลยการทำฟันมานาน อาจมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นหน่อย แต่เชื่อซิสเถอะค่ะว่าการ “เคลียร์ช่องปาก” ให้สะอาดปราศจากเชื้อโรค คือหัวใจสำคัญของการจัดฟัน เพราะถ้าติดเครื่องมือไปแล้วยังมีฟันผุค้างอยู่ การรักษาระหว่างจัดฟันจะยากและทรมานกว่าเดิมมากค่ะ

รายการเคลียร์ช่องปากทั่วไปที่คุณอาจต้องเจอ ได้แก่:

  • ขูดหินปูน (Scaling): กำจัดคราบแบคทีเรียและคราบหินปูนที่เกาะตามขอบเหงือก ป้องกันโรคเหงือกอักเสบระหว่างจัดฟัน (ประมาณ 900–1,500 บาท)
  • อุดฟัน (Filling): กรณีมีรอยฟันผุ คุณหมอจะกำจัดรอยผุและอุดปิดให้เรียบร้อย กันเชื้อโรคลุกลามลงลึกถึงรากฟัน (เริ่มต้นซี่ละ 700–1,500 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและวัสดุ)
  • ถอนฟัน (Extraction): สำหรับเคสฟันซ้อนเกมาก หรือฟันยื่นจนไม่มีที่ว่างให้ฟันเคลื่อน คุณหมออาจต้องถอนฟันบางซี่ออก (มักเป็นฟันกรามน้อย) เพื่อสร้างช่องว่างในการดึงฟัน (ซี่ละ 800–1,200 บาท)
  • ผ่าฟันคุด / ถอนฟันคุด (Surgical Removal of Impacted Tooth): ฟันคุดคือตัวการที่คอยผลักให้ฟันซี่อื่นล้มและเกซ้อน ถ้าคุณหมอประเมินแล้วว่าจะขัดขวางการเคลื่อนฟันหรือเสี่ยงอักเสบในอนาคต ก็จำเป็นต้องเคลียร์ออก (เริ่มต้น 2,500–6,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายและความลึกของฟันคุด)

💡 Tip จาก The Fun Room: เราเข้าใจดีว่าค่าเคลียร์ช่องปากอาจเป็นเงินก้อนสำหรับใครหลายคน คุณหมอของเราจึงช่วยทยอยเคลียร์ช่องปากให้ทีละส่วนได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องทำหมดภายในวันเดียว ช่วยให้คนไข้บริหารเงินในกระเป๋าได้สบายใจขึ้นเยอะเลย!

ระยะที่ 3: วันติดเครื่องมือ และการผ่อนชำระรายเดือน

เมื่อเคลียร์ช่องปากจนสะอาดวิ้งแล้ว ก็ถึงเวลาเข้าสู่ไฮไลต์สำคัญ นั่นคือ “วันติดเครื่องมือจัดฟันครั้งแรก” ค่ะ ค่าใช้จ่ายในระยะนี้จะขึ้นอยู่กับ “ประเภทของการจัดฟัน” ที่คุณเลือก ซึ่งที่ The Fun Room มีให้เลือกถึง 5 รูปแบบ เพื่อให้แมตช์กับไลฟ์สไตล์และงบประมาณของคุณมากที่สุด มาดูกันแบบหมัดต่อหมัดเลยค่ะว่าแต่ละแบบมีค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง

เจาะลึกราคาค่าบริการ จัดฟัน 5 รูปแบบที่ The Fun Room

เพื่อให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบ ซิสได้สรุปข้อมูลสำคัญทั้งราคา เงินงวดผ่อนชำระ ระยะเวลา และไลฟ์สไตล์ที่เหมาะของการจัดฟันแต่ละประเภทมาให้แล้วค่ะ เลือกแบบที่ใช่ในสไตล์ที่ชอบได้เลย!

ประเภทการจัดฟันค่าบริการ / การผ่อนชำระระยะเวลาโดยประมาณเหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบไหน?
1. จัดฟันโลหะ (Metal)1,500.- / งวด (ผ่อน 24 งวด)2–5 ปีวัยรุ่น นักเรียน–นักศึกษา สายแฟชั่นสียาง เน้นคุ้มค่าสบายกระเป๋า
2. จัดฟัน AOSC1,500.- / งวด (ผ่อน 24 งวด)2–3 ปีอยากให้ฟันเคลื่อนไวขึ้น เจ็บน้อยลง แต่ยังอยู่ในงบประหยัด
3. จัดฟัน DAMON2,500.- / งวด (ผ่อน 16 งวด)1–3 ปีคนทำงาน ไม่ค่อยมีเวลาพบหมอ กลัวเจ็บ อยากจัดเสร็จไว
4. จัดฟันใส Clear Aligner10,000.- / งวด (ผ่อน 4–15 งวด)9–18 เดือนปัญหาฟันเล็กน้อย–ปานกลาง อยากสะดวกตอนกินและทำความสะอาด
5. จัดฟันใส Invisalign30,000.- / งวด (ผ่อน 3–4 งวด)6 เดือน–2 ปีนักบริหาร ดารา Influencer ต้องการความมั่นใจสูงสุด เคสฟันซ้อนเกรุนแรง

1. จัดฟันแบบโลหะ (Metal Braces)

ทางเลือกคลาสสิกยอดฮิตตลอดกาล สบายกระเป๋า สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมตช์สียาง

นี่คือรูปแบบการจัดฟันที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดค่ะ คุณหมอจะใช้บราเก็ต (Bracket) ที่ทำจากโลหะเกรดการแพทย์มาติดบนผิวฟัน แล้วใช้ลวดและ “ยางจัดฟันสีสวย” (O-ring) สร้างแรงดึงให้ฟันเคลื่อนที่

  • ค่าใช้จ่ายวันติดเครื่องมือครั้งแรก: ตามโปรโมชั่น ส่วนใหญ่จ่ายเพียงงวดแรก 1,500 บาท ก็เริ่มติดเครื่องมือได้เลย (บนหรือล่างขึ้นอยู่กับแผนการรักษาของคุณหมอ)
  • การผ่อนชำระรายเดือน: 1,500 บาท / งวด (ต่อเนื่องประมาณ 24 งวด หรือตามราคารวมของเคส)
  • ระยะเวลาการรักษา: 2–5 ปี (ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของเคส)

👍 ข้อดี

  • ราคาประหยัดและเข้าถึงง่ายที่สุด เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา และมนุษย์เงินเดือน
  • เครื่องมือติดแน่นอยู่กับฟัน ไม่ต้องกังวลเรื่องถอดลืมหรือทำเครื่องมือหาย
  • สนุกกับการเลือกเปลี่ยนสียางสวย ๆ ได้ทุกเดือนตามเทรนด์หรือสีมงคลประจำวัน

👎 ข้อด้อย

  • รู้สึกตึง เจ็บ และระคายเคืองช่องปาก (อาจมีแผลร้อนในจากเหล็กขูด) ในช่วง 3–7 วันแรกหลังปรับลวด
  • ต้องมาพบคุณหมอทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอเพื่อเปลี่ยนยางและปรับลวด
  • เศษอาหารติดง่ายมาก ต้องตั้งใจแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันสำหรับคนจัดฟันเป็นพิเศษ

2. จัดฟันแบบ AOSC (Advanced Orthodontic Smart Clips)

เทคโนโลยีลวดอัจฉริยะ เคลื่อนฟันนุ่มนวล รวดเร็ว ในราคาที่จับต้องได้

ขยับขึ้นมาอีกระดับกับระบบ AOSC ซึ่งผสมผสานการจัดฟันแบบโลหะเข้ากับคลิปล็อกลวดชนิดพิเศษ ช่วยให้ลวดเคลื่อนตัวได้อิสระและลดแรงเสียดทานในช่องปากได้ดีขึ้นค่ะ

  • การผ่อนชำระรายเดือน: 1,500 บาท / งวด (ผ่อนประมาณ 24 งวด)
  • ระยะเวลาการรักษา: 2–3 ปี (เสร็จเร็วกว่าแบบโลหะทั่วไป)

👍 ข้อดี

  • ใช้ลวดไฮเทคที่ปล่อยแรงดึงสม่ำเสมอและนุ่มนวล คนไข้รู้สึกเจ็บน้อยลงมากเมื่อเทียบกับโลหะธรรมดา
  • ฟันเคลื่อนเข้าที่ได้เร็วและมีประสิทธิภาพขึ้น ช่วยร่นระยะเวลาจัดฟันให้จบเคสไวขึ้น
  • ราคายังอยู่ในระดับน่ารัก ผ่อนสบาย ๆ รายเดือนเท่ากับแบบโลหะ

👎 ข้อด้อย

  • ยังเป็นเครื่องมือแบบติดแน่น ต้องใส่ใจแปรงฟันให้ละเอียดเพื่อป้องกันคราบหินปูน
  • ยังต้องเข้ามาพบคุณหมอเพื่อปรับแต่งเครื่องมือเป็นประจำทุกเดือน

3. จัดฟันแบบ DAMON (Damon System)

นวัตกรรมบราเก็ตอัจฉริยะ เจ็บน้อย จัดเสร็จไว ตอบโจทย์คนไม่ค่อยมีเวลา

ระบบ Damon คือการจัดฟันแบบกึ่งใสหรือโลหะที่ใช้เครื่องมือระบบ Self-Ligating (บราเก็ตเปิด–ปิดล็อกลวดได้เอง) โดยไม่ต้องใช้ยางโอริงมารัดลวด นวัตกรรมนี้ปฏิวัติวงการจัดฟันอย่างมาก เพราะช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างลวดกับบราเก็ตได้มหาศาลค่ะ

  • การผ่อนชำระรายเดือน: 2,500 บาท / งวด (ผ่อนประมาณ 16 งวด)
  • ระยะเวลาการรักษา: 1–3 ปี (เสร็จเร็วกว่าการจัดฟันทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด)

👍 ข้อดี

  • เจ็บน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด: ไม่มีแรงรัดจากยาง แรงดึงจากลวดจึงนุ่มนวล ไม่ทรมานตอนปรับลวดใหม่ ๆ
  • จัดเสร็จไวขึ้น: ฟันเคลื่อนตัวได้อิสระและรวดเร็ว ช่วยประหยัดเวลาการรักษาลงได้หลายเดือน
  • ไม่ต้องมาพบหมอทุกเดือน: ตอบโจทย์คนวัยทำงานหรือเรียนหนักมาก เพราะมาพบคุณหมอทุก ๆ 2 เดือนครั้งได้ โดยฟันยังเคลื่อนต่อเนื่อง

👎 ข้อด้อย

  • ค่าใช้จ่ายรวมและเงินงวดต่อเดือนสูงกว่าระบบโลหะทั่วไป
  • สายแฟชั่นอาจรู้สึกเบื่อนิดหน่อย เพราะระบบนี้ไม่มีการใส่ยางสี ๆ
  • ยังมีเหล็กติดแน่นในปาก ต้องดูแลความสะอาดให้ดีเพื่อป้องกันฟันผุ

4. จัดฟันใส Clear Aligner

สวยใสเป็นธรรมชาติ ถอดง่าย สบายปาก เหมาะกับเคสเริ่มต้น

ขยับเข้าสู่หมวดการจัดฟันแบบโปร่งแสงมองแทบไม่เห็นเครื่องมือค่ะ Clear Aligner เป็นนวัตกรรมจัดฟันใสที่ออกแบบชุดเครื่องมือพลาสติกเกรดการแพทย์มาให้คนไข้สวมใส่ ค่อย ๆ ดันฟันให้เคลื่อนทีละน้อยอย่างเป็นธรรมชาติ

  • การผ่อนชำระรายเดือน: 10,000 บาท / งวด (ผ่อนประมาณ 4–15 งวด ขึ้นอยู่กับจำนวนชิ้นงาน)
  • ระยะเวลาการรักษา: 9–18 เดือน

👍 ข้อดี

  • ความสวยงามเต็มร้อย: เครื่องมือใสเนียนไปกับผิวฟัน เวลาพูดหรือยิ้มแทบไม่มีใครสังเกตเห็นว่าคุณกำลังจัดฟันอยู่
  • ใช้ชีวิตง่ายสุด ๆ: ถอดเครื่องมือออกได้เวลากินข้าวและแปรงฟัน ทำให้กินอะไรก็ได้ที่อยากกิน และแปรงฟันได้สะอาดหมดจด ไม่มีปัญหาเศษอาหารติดเหล็ก
  • เจ็บน้อยมาก ไม่มีเหล็กทิ่มกระพุ้งแก้มให้ระคายเคือง

👎 ข้อด้อย

  • ราคาสูงกว่าเครื่องมือแบบติดแน่นค่อนข้างมาก
  • มีข้อจำกัดในการรักษา มักเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาฟันห่าง ฟันเก หรือฟันซ้อนระดับเล็กน้อยถึงปานกลางเท่านั้น

5. จัดฟันใสระดับพรีเมียม Invisalign

ที่สุดแห่งนวัตกรรมจัดฟันใสระดับโลก วางแผนด้วย AI แม่นยำ ตอบโจทย์ทุกปัญหาฟัน

Invisalign คือแบรนด์จัดฟันใสอันดับหนึ่งของโลกที่ได้รับการยอมรับระดับสากลค่ะ ความพิเศษคือการใช้ซอฟต์แวร์อัจฉริยะ ClinCheck ร่วมกับระบบ AI คำนวณและจำลองการเคลื่อนที่ของฟันแบบ 3 มิติอย่างละเอียด ทำให้คุณเห็นผลลัพธ์รอยยิ้มตอนเสร็จสมบูรณ์ได้ตั้งแต่วันแรกที่ยังไม่ได้เริ่มใส่เครื่องมือเลย!

  • การผ่อนชำระรายเดือน: 30,000 บาท / งวด (ผ่อนสั้น ๆ ประมาณ 3–4 งวด ตามแพ็กเกจ)
  • ระยะเวลาการรักษา: 6 เดือน–2 ปี (รวดเร็วและแม่นยำสูงมาก)

👍 ข้อดี

  • แก้เคสยาก ๆ ได้ดีเยี่ยม: ต่างจากจัดฟันใสทั่วไป เพราะ Invisalign มีเทคโนโลยีปุ่ม SmartForce (Attachment) ที่ช่วยควบคุมแรงดึง แก้เคสฟันซ้อนเกรุนแรง ฟันยื่นมาก หรือฟันสบผิดปกติได้มีประสิทธิภาพเทียบเท่าจัดฟันเหล็ก
  • เครื่องมือยืดหยุ่นและบางเบาเป็นพิเศษ ใส่แล้วสบายปาก พูดชัด ไม่กระทบบุคลิกในการทำงาน
  • สะดวกขั้นสุด: ไม่ต้องมาพบคุณหมอบ่อย คุณหมอจ่ายชุดเครื่องมือล่วงหน้าไปให้เปลี่ยนเองที่บ้าน เหมาะมากสำหรับผู้บริหาร ดารานักแสดง หรือคนที่เดินทางต่างประเทศบ่อย

👎 ข้อด้อย

  • มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงที่สุดในบรรดาทุกประเภท
  • ต้องมีวินัยในตัวเองสูงมาก: เพราะเป็นเครื่องมือถอดได้ คนไข้ต้องสวมใส่ให้ครบอย่างน้อย 22 ชั่วโมงต่อวัน (ถอดเฉพาะเวลากินข้าวและแปรงฟัน) หากถอดทิ้งไว้บ่อย ฟันจะไม่เคลื่อนตามแผนและทำให้การรักษาล่าช้า

อย่าลืม! ค่าใช้จ่ายระยะสุดท้ายหลังจัดฟันเสร็จ (Retainer)

หลังจากที่คุณอดทนร่วมเดินทางปรับฟันกับคุณหมอจนฟันเรียงสวยตามที่ต้องการแล้ว ยินดีด้วยค่ะ! คุณหมอจะถอดเครื่องมือจัดฟันออกให้ แต่เส้นทางรอยยิ้มสวยยังไม่จบ 100% นะคะ เพราะยังมีค่าใช้จ่ายก้อนสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ “รีเทนเนอร์ (Retainer) หรือเครื่องมือคงสภาพฟัน” ค่ะ

  • ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ: 3,000–6,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรูปแบบ เช่น แบบลวดคลาสสิก หรือแบบใส)
  • ทำไมต้องจ่าย? หลังถอดเครื่องมือใหม่ ๆ รากฟันและเนื้อเยื่อรอบ ๆ ยังไม่แข็งแรงเต็มที่ ฟันธรรมชาติจะพยายามเคลื่อนกลับไปตำแหน่งเดิมก่อนจัดฟัน การใส่รีเทนเนอร์ตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัดจะช่วยล็อกรอยยิ้มสวยให้อยู่กับคุณไปตลอด ป้องกันปัญหา “ฟันล้ม” จนต้องกลับมาเสียเงินจัดฟันรอบสองซ้ำซ้อน

Checklist สรุปการเตรียมงบสำหรับ “จัดฟันครั้งแรก” ที่ The Fun Room

เพื่อไม่ให้งง ซิสขอสรุปเป็นเช็กลิสต์สั้น ๆ ให้คุณนำไปประเมินเงินในกระเป๋าก่อนก้าวเข้ามาที่คลินิกค่ะ:

  • วันแรก (ปรึกษา + พิมพ์ปาก + เอกซเรย์): เตรียมงบประมาณ 2,000–3,000 บาท (หรือน้อยกว่านั้นหากมีโปรโมชั่นแพ็กเกจแรกเข้า)
  • ช่วงเคลียร์ช่องปาก (ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน): เตรียมงบประมาณ 2,000–8,000 บาท (ขึ้นอยู่กับสุขภาพฟันเดิม ทยอยทำทีละส่วนได้ ไม่ต้องจ่ายก้อนเดียว)
  • วันติดเครื่องมือ: ขึ้นอยู่กับประเภทที่เลือก หากเป็นแบบโลหะหรือ AOSC เตรียมเงินงวดแรกเพียง 1,500 บาท ก็เริ่มเปลี่ยนรอยยิ้มได้ทันที!

ลงทุนกับรอยยิ้ม คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

การจัดฟันครั้งแรกอาจดูเหมือนมีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายหลายส่วนให้คิดคำนวณใช่ไหมคะ? แต่ถ้ามองเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อบุคลิกภาพ สุขภาพช่องปากที่ดี เคี้ยวอาหารได้อร่อยขึ้น และความมั่นใจที่จะอยู่ติดตัวเราไปตลอดชีวิต ซิสบอกได้คำเดียวเลยค่ะว่า “คุ้มค่ามาก ๆ”

ที่ คลินิกทันตกรรม The Fun Room เรายึดมั่นในความโปร่งใส และพร้อมเดินเคียงข้างคุณในทุกย่างก้าวของการเปลี่ยนรอยยิ้ม คุณหมอจะแนะนำวิธีรักษาที่เหมาะกับงบประมาณที่คุณสบายใจที่สุด ไม่มีการยัดเยียดคอร์ส และมีระบบผ่อนชำระที่ช่วยแบ่งเบาภาระได้จริงค่ะ

อย่าปล่อยให้ความลังเลหรือความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมาขัดขวางโอกาสที่จะมีรอยยิ้มในฝันเลยนะคะ แวะเข้ามาพูดคุย ปรึกษา และวางแผนร่วมกับทีมทันตแพทย์เฉพาะทางมือเบาของเราก่อนได้ค่ะ แอบกระซิบว่าแต่ละเดือนเรามีโปรโมชั่นแรกเข้าและแพ็กเกจราคาพิเศษสำหรับคนจัดฟันครั้งแรกอยู่เสมอเลยน้าาา

สนใจสอบถามโปรโมชั่นล่าสุด หรืออยากนัดคิวคุณหมอเข้ามาตรวจสภาพฟันเบื้องต้น ทักแชทมาคุยกับแอดมินสุดใจดีของ The Fun Room ได้เลยวันนี้ค่ะ มาร่วมสร้างรอยยิ้มที่มั่นใจและมีความสุขไปด้วยกันนะคะ! โทรหาเรา หรือ ติดต่อเรา