การสูญเสียฟันแท้ไปตามกาลเวลา ร่างกายที่ชราลง หรือจากอุบัติเหตุและโรคภัยไข้เจ็บในช่องปาก ถือเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันมากกว่าที่หลายคนคิดค่ะ นอกจากจะทำให้ขาดความมั่นใจเวลาส่งยิ้มหรือพูดคุยแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือทำให้การบดเคี้ยวอาหารทำได้ยากลำบาก ทานอาหารไม่อร่อย ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ จนนำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพอื่น ๆ ตามมาค่ะ
สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีงบประมาณจำกัด ฟันปลอมแบบถอดได้ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกทางทันตกรรมที่คุ้มค่า ช่วยแก้ไขปัญหาการสูญเสียฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กลับมาเคี้ยวอาหารได้สะดวก รอยยิ้มกลับมาดูดีอีกครั้ง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงเท่าการทำรากฟันเทียมหรือสะพานฟันติดแน่น บทความนี้หมอจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับฟันปลอมถอดได้อย่างละเอียดค่ะ
⭐ สรุปสั้น ๆ — ฟันปลอมถอดได้เหมาะกับใคร? เหมาะกับคนที่สูญเสียฟันหลายซี่หรือทั้งปาก ผู้สูงอายุที่ไม่พร้อมผ่าตัดทำรากฟันเทียม และคนที่งบจำกัด — เพราะราคาเข้าถึงง่าย ทำไว ไม่ต้องผ่าตัด | มี 2 แบบ — บางส่วน (ยังมีฟันแท้เหลือ) และทั้งปาก (ไม่เหลือฟันแท้เลย) กฎเหล็กดูแลง่าย ๆ คือ ถอดก่อนนอนทุกคืน, ห้ามใช้ยาสีฟันและน้ำร้อนขัดหรือแช่, และแช่น้ำสะอาดเสมอเมื่อไม่ได้ใช้ — อายุใช้งานเฉลี่ย 3–4 ปี ควรกลับไปตรวจทุก 6 เดือน–ปี
ฟันปลอมแบบถอดได้คืออะไรและทำหน้าที่อย่างไร
ฟันปลอมแบบถอดได้ คืออุปกรณ์ทางทันตกรรมที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อทดแทนฟันแท้ที่สูญเสียไปและเนื้อเยื่อเหงือกบริเวณใกล้เคียง ตัวอุปกรณ์สามารถถอดออกมาทำความสะอาดนอกช่องปากได้ตลอดเวลา ฐานของฟันปลอมมักทำจากพลาสติกอะคริลิกสีชมพูที่เลียนแบบสีเหงือกธรรมชาติ หรือบางชนิดอาจมีโครงสร้างภายในเป็นโลหะเพื่อเพิ่มความแข็งแรง โดยมีตัวฟันปลอมที่ทำจากพลาสติกหรือเซรามิกติดอยู่บนฐานค่ะ

การทำงานของฟันปลอมถอดได้จะอาศัยการยึดเกาะกับเหงือก สันกระดูกขากรรไกร และฟันแท้ซี่ที่เหลืออยู่ โดยอาจมีตะขอโลหะหรือตะขอสีเหมือนเหงือกช่วยยึดเกาะเอาไว้ การใส่ฟันปลอมชนิดนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เติมเต็มช่องว่างของฟันที่หายไปเท่านั้น แต่ยังช่วยพยุงโครงสร้างใบหน้า แก้ม และริมฝีปากไม่ให้ตอบหรือซูบผอมเกินวัย ช่วยให้การออกเสียงพูดชัดเจนขึ้น และช่วยกระจายแรงบดเคี้ยวอาหารไม่ให้ฟันแท้ซี่ที่เหลืออยู่ต้องทำงานหนักเกินไปค่ะ
ฟันปลอมถอดได้เหมาะกับใครบ้าง
การเลือกทำฟันปลอมจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้าน ทั้งสุขภาพช่องปาก วิถีชีวิต และปัจจัยทางเศรษฐกิจ โดยฟันปลอมถอดได้จะเหมาะอย่างมากกับกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้ค่ะ
ผู้ที่สูญเสียฟันหลายซี่หรือสูญเสียฟันทั้งปาก
ในกรณีที่คุณย่า คุณยาย หรือผู้สูงอายุสูญเสียฟันแท้ไปเป็นจำนวนมาก หรือไม่มีฟันแท้เหลืออยู่เลยแม้แต่ซี่เดียว ฟันปลอมถอดได้ประเภทฐานพลาสติกทั้งปาก จะเป็นทางออกที่สามารถทดแทนฟันที่หายไปได้ทั้งหมดในครั้งเดียว ช่วยฟื้นฟูระบบการเคี้ยวและการออกเสียงให้กลับมาใช้งานได้ดีดังเดิม
ผู้สูงอายุที่ไม่พร้อมผ่าตัดทำรากฟันเทียม
การทำรากฟันเทียมจำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัดเล็กลงไปบนกระดูกขากรรไกร ซึ่งผู้สูงอายุบางท่านอาจมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี โรคหัวใจ หรือผู้ที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัด หรือบางท่านอาจมีมวลกระดูกขากรรไกรฝ่อและบางเกินกว่าจะรองรับรากฟันเทียมได้ ฟันปลอมถอดได้จึงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย ไม่ต้องเจ็บตัวจากการผ่าตัด และไม่ต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้นนานค่ะ
ผู้ที่มีงบประมาณจำกัด
เมื่อเทียบกับทันตกรรมทดแทนฟันรูปแบบอื่น เช่น สะพานฟันติดแน่น หรือรากฟันเทียม ซึ่งมีราคาสูงถึงหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อซี่ ฟันปลอมถอดได้จะมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ามาก ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มหาศาล เหมาะกับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด หรือผู้สูงอายุที่เกษียณแล้วและต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ
ผู้ที่ต้องการวิธีรักษาที่ไม่ยุ่งยากและใช้เวลาไม่นาน
ขั้นตอนการทำฟันปลอมถอดได้ไม่ซับซ้อน ทันตแพทย์จะพิมพ์ปาก วัดขนาด วัดการกัดฟัน และลองฟัน ก่อนจะมอบฟันปลอมตัวจริงให้นำไปใช้งาน ใช้เวลาทำเพียงไม่กี่สัปดาห์ ไม่ต้องรอระยะเวลาการสร้างกระดูกหรือรอแผลหายเป็นเดือน ๆ เหมือนการทำรากฟันเทียมค่ะ
รูปแบบของฟันปลอมถอดได้ที่นิยมใช้งาน
เพื่อให้เห็นภาพและเลือกใช้งานได้เหมาะสม ฟันปลอมแบบถอดได้หลัก ๆ จะแบ่งออกเป็นสองประเภทตามลักษณะการสูญเสียฟันค่ะ
ฟันปลอมถอดได้แบบบางส่วน

เหมาะสำหรับผู้ที่ยังมีฟันแท้เหลืออยู่ในช่องปากบ้าง ตัวฐานอาจทำจากพลาสติกอะคริลิกสีชมพู หรือเป็นโครงโลหะที่แข็งแรงและบางกว่า โดยจะมีตะขอทำหน้าที่เกาะยึดกับฟันแท้ซี่ข้างเคียง เพื่อพยุงไม่ให้ฟันปลอมหลุดขยับเวลาพูดหรือเคี้ยวอาหารค่ะ
ฟันปลอมถอดได้แบบทั้งปาก

เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เหลือฟันแท้อยู่ในช่องปากเลย ตัวฐานพลาสติกสีชมพูจะถูกออกแบบให้แนบสนิทไปกับสันเหงือกและเพดานปาก การยึดเกาะจะอาศัยแรงสุญญากาศระหว่างฐานฟันปลอมกับเนื้อเยื่อเหงือกเป็นหลักค่ะ
| หัวข้อ | แบบบางส่วน (Partial) | แบบทั้งปาก (Full) |
|---|---|---|
| เหมาะกับ | ยังมีฟันแท้เหลือบางซี่ | ไม่เหลือฟันแท้เลย |
| ฐาน | อะคริลิกสีชมพู หรือโครงโลหะ | ฐานอะคริลิกสีชมพู |
| การยึดเกาะ | ตะขอเกาะฟันแท้ซี่ข้างเคียง | แรงสุญญากาศกับสันเหงือก/เพดาน |
| วิธีใส่ | วางแล้วกดให้ตะขอล็อกกับฟันแท้ | วางแตะเพดาน/สันเหงือกแล้วกดแนบ กลืนน้ำลาย |
| จุดเด่น | มั่นคงกว่า มีฟันแท้ช่วยรับแรง | ทดแทนได้ทั้งปากในครั้งเดียว |
ขั้นตอนและวิธีใส่ฟันปลอมถอดได้ที่ถูกต้อง
การใส่ฟันปลอมถอดได้ในครั้งแรกอาจรู้สึกแปลกปลอมและไม่คุ้นเคย การเรียนรู้วิธีใส่ที่ถูกต้องจะช่วยลดการระบมเหงือก ป้องกันฟันปลอมชำรุด และช่วยให้ฟันปลอมยึดเกาะได้ดีขึ้นค่ะ
การเตรียมตัวก่อนใส่
ก่อนใส่ฟันปลอมทุกครั้ง ควรล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาด ล้างทำความสะอาดฟันปลอมผ่านน้ำไหลเบา ๆ และบ้วนปากทำความสะอาดเนื้อเยื่อเหงือก เพดานปาก และลิ้นด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลืออุ่น เพื่อกำจัดเศษอาหารและคราบเมือกออกให้หมดค่ะ
วิธีใส่ฟันปลอมถอดได้แบบบางส่วน

ค่อย ๆ วางฟันปลอมลงบนสันเหงือกในตำแหน่งที่ถูกต้อง จากนั้นใช้นิ้วมือขยับกดเบา ๆ บนตัวฟันปลอมให้ตะขอค่อย ๆ เลื่อนเข้าไปล็อกกับฟันแท้ หลีกเลี่ยงการใช้วิธีกัดฟันเพื่อให้ฟันปลอมเข้าที่ เพราะแรงกัดมหาศาลจากขากรรไกรอาจทำให้ตะขอโลหะเบี้ยว หัก หรือทำให้ฐานฟันปลอมแตกหักเสียหายได้ค่ะ
วิธีใส่ฟันปลอมถอดได้แบบทั้งปาก

สำหรับฟันปลอมบน ให้วางฟันปลอมขึ้นไปแตะบริเวณเพดานปาก แล้วใช้นิ้วโป้งกดดันขึ้นตรง ๆ ให้แนบสนิท สำหรับฟันปลอมล่าง ให้วางลงบนสันเหงือกล่างและใช้นิ้วชี้กดลงเบา ๆ เมื่อฟันปลอมเข้าที่แล้ว ลองกลืนน้ำลายหนึ่งครั้งเพื่อให้เกิดแรงสุญญากาศช่วยยึดเกาะค่ะ
วิธีถอดฟันปลอมอย่างปลอดภัย

เมื่อต้องการถอดทำความสะอาดหรือถอดก่อนนอน สำหรับฟันปลอมที่มีตะขอ ให้ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วโป้งค่อย ๆ สะกิดบริเวณขอบตะขอหรือขอบฐานฟันปลอมลงมาเบา ๆ อย่าดึงรั้งตรงตัวฟันปลอมแรง ๆ ส่วนฟันปลอมทั้งปาก ให้ใช้นิ้วกดบริเวณขอบเหงือกด้านข้างเพื่อให้อากาศเข้าไปข้างใน ฟันปลอมจะหลุดออกจากเหงือกได้ง่ายขึ้น แนะนำให้ถอดฟันปลอมเหนืออ่างน้ำที่มีน้ำรองไว้ หรือมีผ้านุ่ม ๆ รองด้านล่าง เพื่อป้องกันฟันปลอมหล่นแตกหากหลุดมือค่ะ
เทคนิคการปรับตัวสำหรับผู้เริ่มต้นใส่ฟันปลอมใหม่
ในช่วงหนึ่งถึงสองสัปดาห์แรกของการใส่ฟันปลอมถอดได้ ร่างกายจะรู้สึกว่าฟันปลอมเป็นสิ่งแปลกปลอม สมองจะกระตุ้นให้หลั่งน้ำลายออกมามากกว่าปกติ รู้สึกเกะกะแน่นปาก พูดไม่ชัด หรือเคี้ยวอาหารไม่ถนัด ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติอย่างมากที่ทุกคนต้องเจอ การปรับตัวอย่างถูกวิธีจะช่วยให้คุ้นเคยกับฟันปลอมได้เร็วขึ้นค่ะ
การฝึกพูดและฝึกออกเสียง
การมีวัตถุแปลกปลอมอยู่ในปากจะทำให้การเคลื่อนไหวของลิ้นเปลี่ยนไป ส่งผลให้พูดอ้อแอ้หรือออกเสียงพยัญชนะบางตัวไม่ชัด วิธีฝึกที่ดีที่สุดคืออ่านหนังสือ นิตยสาร หรือข่าวออกเสียงเบา ๆ หน้ากระจกวันละสิบถึงสิบห้านาที ค่อย ๆ ฝึกออกเสียงคำยาก ๆ ช้า ๆ ไม่ต้องรีบร้อน ร่างกายและลิ้นจะค่อย ๆ ปรับความคุ้นเคย และกลับมาพูดได้ชัดเจนเป็นธรรมชาติภายในเวลาไม่นานค่ะ
เทคนิคการรับประทานอาหารช่วงเริ่มต้น
การเคี้ยวอาหารด้วยฟันปลอมแตกต่างจากการเคี้ยวด้วยฟันแท้อย่างสิ้นเชิง ควรปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อป้องกันอาการเจ็บเหงือกค่ะ
- เริ่มต้นด้วยอาหารอ่อน เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ไข่ตุ๋น ต้มจืดเต้าหู้ นม หรือซุปต่าง ๆ เพื่อให้ขากรรไกรและเหงือกคุ้นเคยกับแรงกด
- หั่นอาหารเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ ไม่ควรใช้ฟันหน้าของฟันปลอมกัดอาหารแข็ง ๆ เช่น แอปเปิล ข้าวโพดฝัก หรือเนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่ เพราะจะทำให้ฟันปลอมกระดกหลุดได้ทันที
- เคี้ยวอาหารช้า ๆ และเคี้ยวทั้งสองข้างพร้อมกัน การแบ่งอาหารเป็นสองก้อนแล้วเคี้ยวพร้อมกันทั้งซ้ายและขวา จะช่วยสร้างสมดุล ไม่ให้ฟันปลอมกระดกหรือเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง
- หลีกเลี่ยงอาหารเหนียวจัด เช่น ข้าวเหนียว กาละแม หมากฝรั่ง และอาหารแข็งจัด เช่น ถั่วอบแห้ง น้ำแข็ง แคบหมู เพราะอาจทำให้ฟันปลอมแตกหัก หรือดึงให้ฟันปลอมหลุดออกได้ง่าย
การรับมือกับอาการเจ็บหรือระบมเหงือก
ในช่วงแรก สันเหงือกอาจเกิดการกดทับจนเป็นแผลเล็ก ๆ หรือรู้สึกระบม หากรู้สึกเจ็บมาก สามารถถอดฟันปลอมพักได้ แล้วอมบ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ เพื่อลดการอักเสบ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรพยายามบิด ปรับ หรือดัดตะขอฟันปลอมด้วยตัวเองเด็ดขาด หากแผลเจ็บไม่หายไปภายในสามถึงสี่วัน ควรกลับไปพบทันตแพทย์เพื่อปรับแต่งขอบฟันปลอมให้พอดี โดยก่อนไปพบทันตแพทย์ ควรใส่ฟันปลอมล่วงหน้าอย่างน้อยสองถึงสามชั่วโมง เพื่อให้ทันตแพทย์เห็นรอยกดทับบนเหงือกได้ชัดเจนและแก้ไขได้ตรงจุดค่ะ
วิธีทำความสะอาดฟันปลอมถอดได้ให้อะคริลิกใสสะอาดและไม่มีกลิ่น
การรักษาความสะอาดฟันปลอมมีความสำคัญไม่แพ้การแปรงฟันแท้ หากปล่อยให้มีคราบอาหารและคราบแบคทีเรียเกาะสะสม จะนำไปสู่ปัญหากลิ่นปาก โรคเชื้อราในช่องปาก และทำให้เหงือกอักเสบระบมได้ค่ะ
ทำความสะอาดทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร

หลังจบมื้ออาหารทุกครั้ง ควรถอดฟันปลอมออกมาล้างผ่านน้ำสะอาด เพื่อชะล้างเศษอาหารที่เข้าไปติดอยู่ใต้ฐานฟันปลอมออกให้หมด พร้อมทั้งบ้วนปากให้สะอาดก่อนใส่ฟันปลอมกลับเข้าไปค่ะ
วิธีแปรงทำความสะอาดฟันปลอมที่ถูกต้อง

แปรงทำความสะอาดฟันปลอมอย่างน้อยวันละสองครั้ง เช้าและก่อนนอน โดยใช้แปรงสีฟันขนอ่อนนุ่ม หรือแปรงสำหรับทำความสะอาดฟันปลอมโดยเฉพาะ ร่วมกับสบู่อ่อน ๆ น้ำสบู่ หรือน้ำยาล้างจานชนิดเจือจาง นำมาแปรงถูให้ทั่วทุกซอกทุกมุมของฐานฟันปลอมและตัวฟันเบา ๆ
ข้อควรระวังสำคัญคือ ห้ามใช้ยาสีฟันทั่วไปแปรงฟันปลอมเด็ดขาด เพราะในยาสีฟันมีผงขัดฟันละเอียด ซึ่งจะทำให้เกิดรอยขีดข่วนเล็ก ๆ บนผิวพลาสติกอะคริลิก รอยขีดข่วนเหล่านั้นจะกลายเป็นที่สะสมของแบคทีเรีย คราบอาหาร และคราบเชื้อราได้ง่ายมาก ทำให้ฟันปลอมมีกลิ่นเหม็นและหมองเก่าเร็วค่ะ
การแช่ทำความสะอาดด้วยเม็ดฟู่

ก่อนนอนทุกคืน หลังถอดและแปรงทำความสะอาดฟันปลอมเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้แช่ฟันปลอมลงในแก้วน้ำสะอาดที่ใส่น้ำยาแช่ฟันปลอมหรือเม็ดฟู่ทำความสะอาดฟันปลอม เม็ดฟู่จะช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ขจัดคราบสีกาแฟหรือชา และช่วยลดกลิ่นอับได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแช่ทิ้งไว้ประมาณสิบห้าถึงสามสิบนาทีตามข้อแนะนำบนฉลาก หรือแช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ตลอดทั้งคืนค่ะ
สิ่งที่ห้ามทำอย่างเด็ดขาดในการดูแลฟันปลอม
มีข้อควรระวังหลายประการที่คุณย่า คุณยาย หรือผู้ดูแลต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ฟันปลอมเสียหายก่อนเวลาอันควรค่ะ
❌ ห้ามใส่ฟันปลอมนอนอย่างเด็ดขาด
เมื่อถึงเวลานอนหลับ ต้องถอดฟันปลอมออกทุกคืน เพื่อเปิดโอกาสให้เนื้อเยื่อเหงือกและสันกระดูกขากรรไกรได้พักผ่อนจากการถูกกดทับมาตลอดทั้งวัน การใส่ฟันปลอมนอนจะทำให้เหงือกอักเสบ อับชื้น และติดเชื้อราในช่องปากได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่ฟันปลอมจะหลุดลงไปอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ
❌ ห้ามปล่อยให้ฟันปลอมแห้ง
เมื่อถอดฟันปลอมออกมาแล้ว ห้ามวางทิ้งไว้บนโต๊ะหรือตากลมให้แห้งเด็ดขาด เพราะวัสดุพลาสติกอะคริลิกจะสูญเสียความชื้น บิดเบี้ยว ผิดรูป และนำกลับมาใส่ไม่พอดีปาก ให้แช่ฟันปลอมไว้ในแก้วน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องเสมอเมื่อไม่ได้ใช้งานค่ะ
❌ ห้ามใช้น้ำร้อนหรือน้ำต้มสุกเด็ดขาด
บางคนเข้าใจผิดว่าการนำฟันปลอมไปต้มในน้ำร้อนจัดหรือใช้น้ำร้อนราดจะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ดีขึ้น แต่ความจริงแล้ว ความร้อนสูงจะทำให้พลาสติกและโครงสร้างฟันปลอมละลาย บิดเบี้ยวเสียรูปทรงอย่างถาวร จนไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก ให้ใช้น้ำสะอาดอุณหภูมิห้องเท่านั้นค่ะ
การดูแลสุขภาพช่องปากและฟันแท้ซี่ที่เหลือ
การใส่ฟันปลอมไม่ได้หมายความว่าเราจะละเลยการดูแลช่องปากได้ สำหรับผู้ที่มีฟันแท้เหลืออยู่ การดูแลฟันแท้ซี่เหล่านั้นให้แข็งแรงถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะฟันแท้จะเป็นหลักยึดเกาะให้กับตะขอฟันปลอมค่ะ
ควรแปรงฟันแท้ที่เหลืออยู่ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์วันละสองครั้ง และใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน โดยเฉพาะบริเวณคอฟันแท้ซี่ที่ต้องสัมผัสกับตะขอฟันปลอม เพราะมักมีเศษอาหารไปติดได้ง่าย หากปล่อยไว้จะทำให้ฟันแท้ซี่หลักผุ และหากต้องสูญเสียฟันแท้ซี่นั้นไปอีก ก็อาจต้องทำฟันปลอมใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ไม่มีฟันแท้เหลืออยู่เลย ก็ยังคงต้องใช้แปรงสีฟันขนนุ่มพิเศษ หรือผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น ค่อย ๆ เช็ดทำความสะอาดบริเวณสันเหงือก เพดานปาก และกระพุ้งแก้มเบา ๆ ทุกวัน เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และขจัดคราบเมือกแบคทีเรียออกไปค่ะ
สัญญาณเตือนที่ควรนำฟันปลอมกลับไปพบทันตแพทย์
แม้จะดูแลรักษาอย่างดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างช่องปาก รูปร่างสันเหงือก และกระดูกขากรรไกรของผู้สูงอายุจะมีการยุบตัวและเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ ทำให้ฟันปลอมที่เคยใส่พอดีเริ่มเกิดปัญหา หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อปรับแต่งหรือทำชุดใหม่ค่ะ
- ฟันปลอมเริ่มหลวม หลุดง่าย เวลาพูด ร้องเพลง หรือเคี้ยวอาหาร
- รู้สึกเจ็บเหงือก มีแผลกดทับบ่อยครั้ง หรือเหงือกอักเสบแดงบริเวณใต้ฐานฟันปลอม
- ตัวฟันปลอมเริ่มสึกหรอจนเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด
- ตะขอโลหะหลวม อ้าออก หรือเบี้ยวผิดรูป
- ฟันปลอมมีรอยแตกร้าว ฐานพลาสติกเปลี่ยนสี หรือมีกลิ่นเหม็นอับที่ล้างออกไม่ได้
โดยทั่วไป แม้จะไม่มีอาการผิดปกติ ทันตแพทย์จะแนะนำให้นำฟันปลอมกลับมาตรวจเช็กสภาพ และตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุกหกเดือนถึงหนึ่งปี และโดยเฉลี่ยแล้ว อายุการใช้งานของฟันปลอมแบบถอดได้จะอยู่ที่ประมาณสามถึงสี่ปี เมื่อถึงระยะเวลานี้ สันกระดูกมักจะยุบตัวลงจนฟันปลอมหลวม การทำชุดใหม่หรือการเสริมฐานฟันปลอมจะช่วยให้ใช้งานกลับมามีประสิทธิภาพดีเหมือนเดิมค่ะ
ประโยชน์ที่ได้รับเมื่อดูแลฟันปลอมอย่างถูกวิธี
การปรับตัวและเอาใจใส่ดูแลฟันปลอมถอดได้อย่างถูกต้อง อาจต้องใช้ความอดทนและความระมัดระวังในช่วงแรก แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับคืนมานั้นคุ้มค่าอย่างมาก ผู้สูงอายุจะกลับมารับประทานอาหารหลากหลายชนิดได้ดีขึ้น ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน สุขภาพแข็งแรงขึ้น ใบหน้าดูอิ่มเอิบไม่ซูบตอบ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการออกไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงและลูกหลาน ส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตในระยะยาวค่ะ
รวมคำถามที่พบบ่อย เรื่องฟันปลอมถอดได้ (FAQ)
ฟันปลอมถอดได้เหมาะกับใคร?
เหมาะกับผู้ที่สูญเสียฟันแท้หลายซี่หรือทั้งปาก ผู้สูงอายุที่ไม่พร้อมผ่าตัดทำรากฟันเทียม (มีโรคประจำตัวหรือกระดูกขากรรไกรฝ่อ) ผู้ที่มีงบประมาณจำกัด และผู้ที่ต้องการวิธีรักษาที่ไม่ยุ่งยากและใช้เวลาไม่นานค่ะ ทางที่ดีควรให้ทันตแพทย์ตรวจประเมินสภาพช่องปากก่อนเลือกวิธีที่เหมาะที่สุด
ต้องถอดฟันปลอมนอนไหม?
ต้องถอดทุกคืนค่ะ เพื่อให้เหงือกและสันกระดูกได้พักจากการถูกกดทับ ลดการอักเสบและการติดเชื้อรา อีกทั้งยังลดความเสี่ยงที่ฟันปลอมจะหลุดไปอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ เมื่อถอดแล้วให้แช่ในแก้วน้ำสะอาดอุณหภูมิห้อง อย่าปล่อยให้แห้งนะคะ
ทำความสะอาดฟันปลอม ใช้ยาสีฟันได้ไหม?
ห้ามใช้ยาสีฟันทั่วไปค่ะ เพราะมีผงขัดที่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนผิวอะคริลิก กลายเป็นแหล่งสะสมคราบและเชื้อรา ควรแปรงด้วยแปรงขนนุ่มร่วมกับสบู่อ่อนหรือน้ำยาล้างจานเจือจาง และแช่เม็ดฟู่ก่อนนอน ห้ามใช้น้ำร้อนเพราะทำให้ฟันปลอมบิดเบี้ยวถาวร
ฟันปลอมถอดได้ใช้ได้นานกี่ปี?
โดยเฉลี่ยประมาณสามถึงสี่ปีค่ะ เมื่อสันกระดูกยุบตัวลงตามธรรมชาติ ฟันปลอมจะเริ่มหลวมและเคี้ยวได้ไม่ดี สามารถเสริมฐานหรือทำชุดใหม่เพื่อให้กลับมาใช้งานได้ดีเหมือนเดิม ควรพาไปตรวจเช็กสภาพกับทันตแพทย์ทุกหกเดือนถึงหนึ่งปี
ฟันปลอมถอดได้ ราคาเท่าไหร่?
ที่ The Fun Room ฟันปลอมเริ่มต้น 2,000 บาทค่ะ ซึ่งถูกกว่าสะพานฟันติดแน่นหรือรากฟันเทียม (หลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อซี่) มาก ทั้งนี้ราคาจริงขึ้นอยู่กับจำนวนซี่และชนิดของฟันปลอม แนะนำให้เข้ามาให้ทันตแพทย์ประเมินและแจ้งราคาที่แน่นอนอีกครั้ง
ฟันปลอมที่ The Fun Room เริ่มต้น 2,000 บาท

- ข้อดี ทำได้ไวโดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ถอดออกมาเช็ดล้างทำความสะอาดภายนอกช่องปากได้ง่าย รวมถึงสามารถเสริมหรือปรับแต่งเพิ่มซี่ฟันในอนาคตได้สะดวกหากมีการสูญเสียฟันเพิ่มเติม
- ข้อเสีย มีแรงบดเคี้ยวต่ำกว่าฟันแท้ ทำให้เคี้ยวของแข็งได้ไม่ถนัดเท่าที่ควร อาจมีเศษอาหารเข้าไปติดใต้ฐานฟันปลอมระหว่างวัน และกระดูกเหงือกจะค่อย ๆ ยุบตัวลงตามธรรมชาติในระยะยาว
ทีมทันตแพทย์ที่ คลินิกทันตกรรม The Fun Room พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยวางแผนการทำฟันปลอมอย่างละเอียด ใส่ใจในทุกขั้นตอน เพื่อให้คุณย่า คุณยาย และผู้สูงอายุทุกคนกลับมามีรอยยิ้มที่สวยงามและเคี้ยวอาหารได้อย่างมีความสุขอีกครั้งค่ะ
👉 คลิกที่นี่ นัดหมายปรึกษาฟอกสีฟัน ฟรี! ตรวจประเมินสภาพฟันและวิเคราะห์สาเหตุสีฟันโดยทันตแพทย์ หรือ ติดต่อเรา