
การสูญเสียฟันแท้ไปสักหนึ่งซี่ ไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ปัญหาฟันผุเรื้อรังที่ลึกเกินแก้ โรคเหงือกอักเสบรุนแรง หรือการเสื่อมสภาพไปตามวัย ย่อมสร้างความกังวลใจและส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นาทีแรกที่เรามองเห็นช่องว่างในช่องปากของตัวเอง ความมั่นใจในการยิ้มและการพูดคุยก็ลดลงทันที หลายคนเริ่มไม่กล้าหัวเราะอย่างเต็มที่ เวลาถ่ายรูปก็ต้องคอยหุบปาก หรือหลีกเลี่ยงการสบตากับผู้คน และปัญหาไม่ได้จบลงแค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงเรื่องใหญ่อย่างการบดเคี้ยวอาหาร ที่ทำให้เราเคี้ยวไม่ละเอียด ทานอาหารอร่อยน้อยลง หรือเคี้ยวอยู่แค่ข้างเดียวจนปวดขากรรไกร
เมื่อเกิดช่องว่างจากการสูญเสียฟัน คำถามยอดฮิตที่หมอได้รับบ่อยที่สุดก็คือ “สูญเสียฟันแท้ไปแล้ว ทำฟันปลอมแบบไหนดีที่สุด?” เพราะพอค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต เราก็จะเจอกับตัวเลือกมากมายเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นรากฟันเทียม สะพานฟัน หรือฟันปลอมถอดได้ จนเลือกไม่ถูกว่าแบบไหนกันแน่ที่เหมาะกับสภาพช่องปาก งบประมาณ และไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุด
หมออยากให้ทุกคนสบายใจได้เลยค่ะว่า การสูญเสียฟันแท้ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของรอยยิ้มสวยเสมอไป เพราะนวัตกรรมทันตกรรมทดแทนในปัจจุบันก้าวหน้าไปไกลมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกทำความเข้าใจทางเลือกการทำฟันปลอมทั้ง 3 รูปแบบอย่างละเอียด เพื่อให้คุณมีข้อมูลครบถ้วน และพร้อมที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองค่ะ
⭐ สรุปสั้น ๆ — สูญเสียฟันแท้ ทำฟันปลอมแบบไหนดี? มี 3 ทางเลือกหลักค่ะ รากฟันเทียม = ดีที่สุด เหมือนได้ฟันแท้กลับมา ป้องกันกระดูกยุบ อยู่ได้เป็นสิบปี แต่ราคาสูงและต้องผ่าตัดเล็ก | สะพานฟัน = ติดแน่น บดเคี้ยวดี ไม่ต้องผ่าตัด รักษาเร็ว แต่ต้องกรอฟันซี่ข้างเคียง | ฟันปลอมถอดได้ = ประหยัดที่สุด ทดแทนได้หลายซี่ในชิ้นเดียว แต่ต้องถอดล้างทุกวันและบดเคี้ยวได้น้อยกว่า สิ่งสำคัญคือให้ทันตแพทย์ตรวจประเมินสภาพช่องปาก ปริมาณกระดูก และงบประมาณ ก่อนเลือกแบบที่เหมาะกับคุณที่สุดค่ะ
ปล่อยช่องว่างไว้ ไม่ทำฟันปลอมทดแทน เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกฟันปลอมแต่ละประเภท หมออยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจผลกระทบของการ “ปล่อยให้ฟันหลอ” ทิ้งไว้โดยไม่ทำฟันปลอมทดแทนกันก่อนค่ะ
หลายคนมักจะคิดว่า ถ้าฟันที่หลุดไปเป็นฟันกรามซี่ข้างในที่มองไม่เห็นเวลายิ้ม หรือเป็นฟันแคบ ๆ ซี่เดียว ก็คงไม่ต้องรีบทำฟันปลอมทดแทนก็ได้ ปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นก็ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ กินข้าวได้เหมือนเดิม
แต่ในทางทันตกรรม การปล่อยให้เกิดช่องว่างในช่องปาก เปรียบเสมือนการสร้างปรากฏการณ์โดมิโนที่ค่อย ๆ พังทลายระบบการบดเคี้ยวทั้งหมดในระยะยาวค่ะ
- ฟันซี่ข้างเคียงล้มเอียง: ฟันของคนเราตามธรรมชาติจะมีแรงดันเข้าหากันเสมอ เมื่อมีช่องว่างเกิดขึ้น ฟันซี่ที่อยู่ข้าง ๆ ทั้งซ้ายและขวาจะค่อย ๆ เอียงและล้มเข้ามาหาช่องว่างนั้น ทำให้เกิดร่องห่างระหว่างซอกฟัน เศษอาหารติดง่าย และทำความสะอาดยากขึ้น จนนำไปสู่ปัญหาฟันผุและโรคเหงือกอักเสบตามมา
- ฟันคู่สบยื่นยาวลงมา: หากเราสูญเสียฟันล่าง ฟันบนที่อยู่ตรงข้ามกันจะไม่มีตัวยันไว้ มันจะค่อย ๆ ย้อยหรือยื่นยาวต่ำลงมาเรื่อย ๆ จนหลุดออกจากแนวฟันปกติ ทำให้การสบฟันผิดทิศทาง
- โครงหน้าเปลี่ยนและกระดูกขากรรไกรฝ่อตัว: เมื่อไม่มีรากฟันคอยส่งแรงกดจากการบดเคี้ยวลงไปยังกระดูกขากรรไกร กระดูกบริเวณนั้นจะค่อย ๆ ละลายและยุบตัวลงเรื่อย ๆ ส่งผลให้รูปหน้าเปลี่ยนไป แก้มตอบ ดูแก่กว่าวัย และริมฝีปากยุบลง
- มีปัญหาข้อต่อขากรรไกร: การสูญเสียฟันทำให้เราต้องเลื่อนขากรรไกรไปเคี้ยวอาหารข้างเดียวที่เหลืออยู่ ส่งผลให้ข้อต่อขากรรไกรทำงานหนักผิดปกติ นำไปสู่อาการปวดข้อต่อขากรรไกร ปวดคอ บ่า ไหล่ หรือมีเสียงดังกรอบแกรบเวลาอ้าปาก
ดังนั้น การทำฟันปลอมทดแทนจึงไม่ใช่เรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการปกป้องโครงสร้างช่องปากทั้งหมดให้คงความสมบูรณ์และใช้งานได้ดีไปตลอดชีวิตค่ะ
ฟันปลอมถอดได้ ทางเลือกดั้งเดิม เข้าถึงง่าย

มาเริ่มกันที่ตัวเลือกแรกที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีที่สุด นั่นก็คือ “ฟันปลอมถอดได้”
ฟันปลอมประเภทนี้คือ ชิ้นงานทันตกรรมที่มีตัวฟันปลอมผลิตจากอะคริลิกหรือเซรามิก ติดอยู่บนฐานพลาสติกสีชมพูที่เลียนแบบเนื้อเหงือก หรือฐานโลหะ โดยมีตะขอโลหะคอยยึดเกาะกับฟันแท้ซี่ที่เหลืออยู่ เพื่อช่วยให้ฟันปลอมติดแน่นอยู่ในปาก คนไข้สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้เองทุกวัน
ข้อดีของฟันปลอมถอดได้
- ราคาเข้าถึงง่ายที่สุด: ถือเป็นตัวเลือกที่มีค่าใช้จ่ายประหยัดที่สุดเมื่อเทียบกับฟันปลอมประเภทอื่น ๆ
- ทำง่ายและใช้เวลาน้อย: ขั้นตอนการทำไม่ซับซ้อน ไม่ต้องผ่าตัด เพียงแค่พิมพ์ปาก วัดขนาด และลองชิ้นงาน ใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์ก็ได้รับฟันปลอมมาใช้งาน
- ทดแทนฟันได้หลายซี่ในชิ้นเดียว: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่สูญเสียฟันแท้ไปเป็นจำนวนมาก หรือสูญเสียฟันไปทั้งปาก
ข้อจำกัดที่ควรรู้
- ความสบายในการใช้งานต่ำกว่าแบบติดแน่น: เนื่องจากมีฐานพลาสติกหรือโลหะที่ต้องวางอยู่บนเหงือกและเพดานปาก ทำให้ช่วงแรกจะรู้สึกเกะกะ ระคายเคือง มีน้ำลายออกเยอะ หรือพูดไม่ชัด
- ประสิทธิภาพการบดเคี้ยวลดลง: แรงเคี้ยวจากฟันปลอมถอดได้จะกดลงบนเนื้อเหงือกโดยตรง ทำให้เคี้ยวอาหารแข็งหรือเหนียวมาก ๆ ได้ไม่ดีเท่าฟันแท้ และอาจเกิดอาการเจ็บเหงือกเวลาเคี้ยว
- ขยับหรือหลุดได้: เวลาพูดคุย หัวเราะ หรือไอ ฟันปลอมมีโอกาสหลวม หลุด หรือขยับตัวได้ ทำให้ขาดความมั่นใจในสังคม
- ต้องถอดล้างทำความสะอาดทุกวัน: และต้องถอดออกก่อนนอนเสมอเพื่อพักเหงือก ป้องกันการติดเชื้อราใต้ฐานฟันปลอม
- กระดูกขากรรไกรยังคงละลายตัว: ฐานฟันปลอมที่กดลงบนเหงือกเรื่อย ๆ จะยิ่งเร่งให้กระดูกขากรรไกรยุบตัวลง ทำให้เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ฟันปลอมอันเดิมจะเริ่มหลวม และต้องกลับมาปรับแก้หรือทำใหม่
สะพานฟัน ทดแทนติดแน่น โดยไม่ต้องผ่าตัด

ตัวเลือกถัดมาสำหรับการทดแทนฟันแบบติดแน่นที่ไม่ต้องถอดเข้าถอดออก นั่นก็คือ “สะพานฟัน”
สะพานฟันเป็นการทำฟันปลอมติดแน่นชนิดหนึ่ง โดยอาศัยฟันแท้ซี่ที่อยู่ข้างเคียงกับช่องว่าง ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มาเป็น “เสาหลัก” ในการยึดจับ ชิ้นงานจะมีลักษณะเป็นครอบฟันติดกัน 3 ซี่ขึ้นไป โดยซี่ตรงกลางทำหน้าที่เป็นฟันปลอมทดแทนช่องว่าง ส่วนครอบฟันซี่ซ้ายและขวาจะสวมลงบนฟันแท้เสาหลักที่ถูกกรอแต่งไว้แล้ว
ข้อดีของสะพานฟัน
- เป็นฟันปลอมติดแน่น สบายปาก: ไม่ต้องถอดเข้าถอดออก ให้ความรู้สึกและมิติที่เนียนกริ๊บเหมือนฟันธรรมชาติ ไม่เกะกะเพดานปาก
- ประสิทธิภาพการบดเคี้ยวดีเยี่ยม: รับแรงเคี้ยวได้ใกล้เคียงกับฟันแท้ สามารถเคี้ยวอาหารได้อย่างมั่นใจ
- ความสวยงามสูง: ผลิตจากเซรามิกคุณภาพสูง ทำให้มีสี ความใส และความเงางามกลมกลืนไปกับฟันแท้ข้างเคียงอย่างแนบเนียน
- ไม่ต้องผ่าตัด: เหมาะสำหรับคนที่มีข้อจำกัดทางสุขภาพที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ หรือกลัวการผ่าตัด
ข้อจำกัดที่ควรรู้
- ต้องกรอเนื้อฟันแท้ซี่ที่ดีอยู่แล้วออก: นี่คือข้อเสียหลักของสะพานฟันค่ะ เพราะการสร้างเสาหลักยึด จำเป็นต้องกรอเนื้อฟันแท้ซี่ข้างเคียงที่แข็งแรงดีออกไปพอสมควรเพื่อทำครอบฟัน
- ทำความสะอาดยากกว่าปกติ: เนื่องจากตัวสะพานฟันติดกันเป็นชิ้นเดียว ทำให้ไม่สามารถใช้ไหมขัดฟันลงไปตรง ๆ ระหว่างซอกฟันได้ ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยร้อยไหมขัดฟันทำความสะอาดใต้สะพานฟันเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันฟันผุใต้ครอบฟัน
- หากฟันเสาหลักมีปัญหา ต้องทำใหม่ทั้งหมด: หากฟันแท้ซี่ที่เป็นเสาหลักเกิดฟันผุหรือโรคเหงือก สะพานฟันทั้งชิ้นก็จะพังลงมา และต้องถอดทำใหม่ทั้งหมด
- ไม่ช่วยชะลอการละลายของกระดูก: บริเวณช่องว่างที่ไม่มีรากฟัน กระดูกขากรรไกรยังคงยุบตัวลงตามธรรมชาติ
รากฟันเทียม นวัตกรรมคืนฟันใหม่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

มาถึงทางเลือกสุดท้ายที่ถือเป็นมาตรฐานสูงสุด หรือ Gold Standard ของทันตกรรมทดแทนในปัจจุบัน นั่นก็คือ “รากฟันเทียม”
รากฟันเทียมคือการใช้วัสดุไทเทเนียมเกรดการแพทย์ที่มีความปลอดภัยสูงและฝังตัวเข้ากับกระดูกมนุษย์ได้ดี นำมาผ่าตัดฝังลงไปในกระดูกขากรรไกรบริเวณช่องว่างที่สูญเสียฟันไป เพื่อทำหน้าที่ทดแทน “รากฟันแท้ธรรมชาติ” จากนั้นเมื่อรากไทเทเนียมยึดติดแน่นกับกระดูกแล้ว ทันตแพทย์จะทำครอบฟันเซรามิกมาสวมต่อด้านบน เพื่อคืนทั้งรากฟันและตัวฟันที่สมบูรณ์แบบกลับมาอีกครั้ง
ข้อดีของรากฟันเทียม
- เสมือนได้ฟันแท้ซี่ใหม่กลับคืนมา: ให้ความรู้สึก สัมผัส ประสิทธิภาพการบดเคี้ยว และความสวยงามที่เป็นธรรมชาติที่สุด ยิ้มและเคี้ยวอาหารได้อย่างมั่นใจเต็มร้อย
- ไม่ต้องกรอทำลายฟันแท้ซี่ข้างเคียง: การทำรากฟันเทียมเป็นการรักษาเฉพาะจุดบริเวณช่องว่าง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับฟันซี่อื่นที่แข็งแรง ทำให้สามารถรักษาเนื้อฟันแท้ซี่ข้างเคียงไว้ได้ทั้งหมด
- ป้องกันการละลายของกระดูกขากรรไกร: รากไทเทเนียมที่ฝังอยู่ในกระดูกจะช่วยส่งแรงกดจากการเคี้ยวอาหารลงสู่กระดูก กระตุ้นให้เซลล์กระดูกทำงาน ป้องกันไม่ให้กระดูกขากรรไกรยุบตัวลง ช่วยคงโครงหน้าให้ดูอ่อนเยาว์
- ดูแลทำความสะอาดง่าย: ทำความสะอาดเหมือนฟันธรรมชาติทุกประการ สามารถแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันได้ตามปกติ
- อายุการใช้งานยาวนานที่สุด: หากดูแลรักษาสุขภาพช่องปากเป็นอย่างดี รากฟันเทียมสามารถอยู่ใช้งานกับคุณได้ยาวนานหลายสิบปี หรือไปตลอดชีวิต
ข้อจำกัดที่ควรรู้
- ค่าใช้จ่ายสูงกว่าตัวเลือกอื่น: ถือเป็นการลงทุนกับสุขภาพช่องปากที่มีราคาสูงที่สุดเมื่อเทียบกับสะพานฟันและฟันปลอมถอดได้
- ต้องผ่านกระบวนการผ่าตัดเล็ก: จำเป็นต้องมีการผ่าตัดฝังรากเทียมลงในกระดูก จึงต้องมีการประเมินสุขภาพร่างกายอย่างละเอียด
- ใช้ระยะเวลาการรักษานานกว่า: ต้องรอให้กระดูกขากรรไกรสร้างตัวยึดเกาะแน่นกับรากไทเทเนียม ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 4 เดือน ก่อนที่จะสวมครอบฟันตัวจริงได้
- ขึ้นอยู่กับปริมาณกระดูกขากรรไกร: ในเคสที่ปล่อยฟันหลอไว้นานจนกระดูกยุบตัวมาก ๆ อาจจะต้องทำการปลูกกระดูกเพิ่มเติมก่อนการฝังรากเทียม
เปรียบเทียบภาพรวม เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับตัวคุณ?
มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะยังลังเลว่า แล้วสรุปเราควรเลือกทำฟันปลอมแบบไหนดีที่สุด? หมอขอสรุปทั้ง 3 ทางเลือกให้เห็นภาพชัด ๆ ในตารางเดียว แล้วค่อยไล่ดูว่าแบบไหนตรงกับโจทย์ของคุณค่ะ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | รากฟันเทียม | สะพานฟัน | ฟันปลอมถอดได้ |
|---|---|---|---|
| ลักษณะการใช้งาน | ติดแน่น (ฝังในกระดูก) | ติดแน่น (ยึดกับฟันข้างเคียง) | ถอดเข้า-ออกได้เอง |
| ต้องผ่าตัดไหม | ต้องผ่าตัดเล็กฝังราก | ไม่ต้องผ่าตัด | ไม่ต้องผ่าตัด |
| กระทบฟันซี่ข้างเคียง | ไม่ต้องกรอ รักษาฟันข้างเคียงไว้ครบ | ต้องกรอฟันข้างเคียงทำเสาหลัก | ไม่ต้องกรอ (ใช้ตะขอเกี่ยว) |
| ประสิทธิภาพการบดเคี้ยว | ดีที่สุด ใกล้เคียงฟันแท้ | ดีมาก | ปานกลาง (แรงกดลงเหงือก) |
| ป้องกันกระดูกยุบ | ป้องกันได้ (รากกระตุ้นกระดูก) | ไม่ช่วย | ไม่ช่วย อาจเร่งให้ยุบ |
| อายุการใช้งาน | ยาวนานที่สุด สิบปี–ตลอดชีวิต | หลายปี (ขึ้นกับฟันเสาหลัก) | ต้องปรับ/ทำใหม่เมื่อกระดูกยุบ |
| ระยะเวลาการรักษา | นานสุด (~2–4 เดือน รอกระดูก) | ไม่กี่สัปดาห์ | ไม่กี่สัปดาห์ |
| ค่าใช้จ่าย | สูงที่สุด | ปานกลาง | ประหยัดที่สุด |
เลือก “รากฟันเทียม” หากคุณ
- ต้องการฟันปลอมที่ใช้งานได้ดีที่สุด สบายที่สุด เนียนเหมือนฟันธรรมชาติมากที่สุด
- ไม่อยากกรอทำลายฟันแท้ซี่ข้างเคียงที่ยังแข็งแรงดี
- มองหาการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า และใช้งานได้ยาวนานเป็นสิบ ๆ ปี
- มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรงที่ควบคุมไม่ได้
เลือก “สะพานฟัน” หากคุณ
- ต้องการฟันปลอมแบบติดแน่น บดเคี้ยวดี ความสวยงามสูง
- กลัวการผ่าตัด หรือมีข้อจำกัดทางสุขภาพที่ไม่สามารถฝังรากฟันเทียมได้
- มีฟันแท้ซี่ข้างเคียงที่เคยผ่านการอุดขนาดใหญ่ หรือมีรอยผุอยู่แล้ว ซึ่งเหมาะกับการทำครอบฟันไปพร้อมกันพอดี
- ต้องการงานติดแน่นที่ใช้เวลาในการรักษารวดเร็วกว่าการฝังรากฟันเทียม
เลือก “ฟันปลอมถอดได้” หากคุณ
- มีงบประมาณจำกัด และต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย
- สูญเสียฟันแท้ไปเป็นจำนวนมากหลาย ๆ ซี่พร้อมกัน หรือสูญเสียฟันทั้งปาก
- ต้องการฟันปลอมชั่วคราวระหว่างรอการรักษาประเภทอื่น
- สุขภาพร่างกายหรือปริมาณกระดูกไม่เอื้ออำนวยต่อการทำสะพานฟันหรือรากฟันเทียม
รวมคำถามที่พบบ่อย เรื่องการทำฟันปลอมทดแทน (FAQ)
สูญเสียฟันแท้ ทำฟันปลอมแบบไหนดีที่สุด?
ถ้าถามถึง “แบบที่ดีที่สุด” ในเชิงประสิทธิภาพและความคุ้มค่าระยะยาว คำตอบคือรากฟันเทียมค่ะ เพราะให้ความรู้สึกใกล้เคียงฟันแท้ที่สุด ไม่ต้องกรอฟันข้างเคียง และช่วยป้องกันกระดูกยุบ แต่ “แบบที่ดีที่สุดสำหรับคุณ” อาจไม่ใช่แบบเดียวกัน เพราะต้องดูงบประมาณ สภาพกระดูก จำนวนฟันที่หายไป และสุขภาพร่างกายประกอบด้วย ทางที่ดีควรให้ทันตแพทย์ตรวจและวางแผนเป็นรายบุคคลค่ะ
รากฟันเทียมอยู่ได้นานกี่ปี?
หากดูแลรักษาสุขภาพช่องปากดี แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันสม่ำเสมอ และมาพบทันตแพทย์ตามนัด รากฟันเทียมสามารถใช้งานได้ยาวนานหลายสิบปี หรืออยู่กับคุณไปได้ตลอดชีวิตเลยค่ะ ส่วนครอบฟันด้านบนอาจมีการดูแลหรือปรับเปลี่ยนตามการใช้งานในระยะยาว
ทำสะพานฟันต้องกรอฟันซี่ข้างเคียงไหม?
ต้องกรอค่ะ นี่คือข้อจำกัดหลักของสะพานฟัน เพราะต้องใช้ฟันแท้ซี่ข้าง ๆ ช่องว่างเป็น “เสาหลัก” จึงต้องกรอแต่งเนื้อฟันซี่ที่แข็งแรงดีออกไปพอสมควรเพื่อสวมครอบฟัน หากคุณไม่อยากกรอฟันดี ๆ รากฟันเทียมจะตอบโจทย์กว่า เพราะเป็นการรักษาเฉพาะจุดโดยไม่ยุ่งกับฟันข้างเคียงค่ะ
ปล่อยฟันหลอไว้นาน ๆ อันตรายไหม?
ไม่ควรปล่อยไว้นานค่ะ เพราะช่องว่างจะทำให้ฟันซี่ข้างเคียงล้มเอียง ฟันคู่สบยื่นยาวลงมา กระดูกขากรรไกรค่อย ๆ ยุบตัวจนแก้มตอบดูแก่กว่าวัย และอาจมีปัญหาข้อต่อขากรรไกรจากการเคี้ยวข้างเดียว ยิ่งปล่อยไว้นาน การรักษาในภายหลังก็ยิ่งซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น
รากฟันเทียมเจ็บไหม ใช้เวลานานไหม?
การผ่าตัดฝังรากฟันเทียมเป็นการผ่าตัดเล็กที่ทำภายใต้ยาชา ระหว่างทำจึงแทบไม่รู้สึกเจ็บ หลังทำอาจมีอาการบวมหรือตึงเล็กน้อยซึ่งดูแลได้ด้วยยาที่ทันตแพทย์จ่ายให้ค่ะ ส่วนระยะเวลารวมมักใช้ประมาณ 2 ถึง 4 เดือน เพราะต้องรอให้กระดูกยึดเกาะกับรากไทเทเนียมให้แน่นก่อนสวมครอบฟันตัวจริง
ฟันปลอมถอดได้ใส่แล้วหลวมหลุดง่ายไหม?
ช่วงแรกอาจรู้สึกเกะกะและไม่คุ้นชิน และเมื่อใช้ไปหลายปีฐานฟันปลอมอาจหลวมลงได้ เพราะกระดูกใต้ฐานยังคงยุบตัวตามธรรมชาติ จึงควรกลับมาให้ทันตแพทย์ปรับแก้หรือทำใหม่เป็นระยะ หากต้องการความมั่นคงและมั่นใจมากขึ้น การทำแบบติดแน่นอย่างสะพานฟันหรือรากฟันเทียมจะช่วยลดปัญหานี้ได้ค่ะ
เริ่มต้นสร้างรอยยิ้มใหม่ ที่ คลินิกทันตกรรม The Fun Room

ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเลือกรักษาด้วยวิธีไหน สิ่งสำคัญที่สุดในการทำฟันปลอมทดแทน คือการได้รับการตรวจประเมินอย่างละเอียดจากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ
ที่ คลินิกทันตกรรม The Fun Room ทันตแพทย์จะเริ่มจากการตรวจสุขภาพช่องปาก เอกซเรย์ประเมินสภาพกระดูกขากรรไกร ตำแหน่งของเส้นประสาท และประเมินการสบฟันอย่างละเอียด จากนั้นจะรับฟังความต้องการ งบประมาณ และไลฟ์สไตล์ของคุณ เพื่อร่วมกันออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมและตรงใจคุณมากที่สุด
ในเคสการทำรากฟันเทียม คลินิกของเราเลือกใช้วัสดุรากฟันเทียมเกรดพรีเมียมมาตรฐานระดับสากล พร้อมเทคโนโลยีการวางแผนผ่าตัดที่แม่นยำ ปลอดภัย และนุ่มนวล เพื่อให้คนไข้เจ็บน้อยที่สุดและฟื้นตัวได้ไวที่สุด ส่วนเคสการทำสะพานฟันและฟันปลอมถอดได้ เราพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการพิมพ์ปาก คัดสรรแล็บทันตกรรมชั้นนำ เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่แนบสนิท สวยงาม เป็นธรรมชาติ และใช้งานได้อย่างสบายที่สุดค่ะ
การสูญเสียฟันแท้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องหมดหวังอีกต่อไป เพราะนวัตกรรมทันตกรรมในปัจจุบันมีทางออกที่พร้อมจะคืนรอยยิ้ม ความมั่นใจ และความสุขในการทานอาหารกลับมาให้คุณได้เสมอ อย่าปล่อยให้ช่องว่างในช่องปากมาทำลายความมั่นใจและสุขภาพขากรรไกรของคุณในระยะยาวเลยนะคะ
หากคุณกำลังสงสัยว่าเคสของคุณเหมาะกับการทำฟันปลอมแบบไหน หรืออยากเข้ามาประเมินวางแผนการรักษา คลินิกทันตกรรม The Fun Room ยินดีต้อนรับและพร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจเสมอค่ะ แวะเข้ามาพูดคุย ขอคำแนะนำ และเริ่มต้นสร้างรอยยิ้มใหม่ที่เรียงสวยแข็งแรงไปด้วยกันที่ คลินิกทันตกรรม The Fun Room นะคะ
👉 คลิกที่นี่ นัดหมายปรึกษาทำฟันปลอม / รากฟันเทียม ฟรี! ตรวจประเมินสภาพช่องปากและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล หรือ ติดต่อเรา