หน้าแรก / บทความ / หินปูนใต้เหงือก (Subgingival Calculus) ตัวการเหงือกบวมเลือดออก! แตกต่างจากหินปูนธรรมดาอย่างไร?

หินปูนใต้เหงือก (Subgingival Calculus) ตัวการเหงือกบวมเลือดออก! แตกต่างจากหินปูนธรรมดาอย่างไร?

วันที่ 30 Aug 2026 โดย Workwithsirichai หมวดหมู่ Uncategorized
หินปูนใต้เหงือก เหงือกบวมเลือดออก ทำไมขูดหินปูนปกติไม่หาย? โรคปริทันต์ และการเกลารากฟัน (Root Planing) ที่ The Fun Room ลาดกระบัง

เวลาที่เราพูดถึง เหงือกบวมเลือดออก หลายคนคงนึกถึงแผ่นคราบสีเหลืองหรือสีน้ำตาลที่เกาะอยู่ตามคอฟันหรือโคนฟันที่เรามองเห็นได้ชัดเจนเวลาส่องกระจกใช่ไหมคะ? เวลาไปขูดหินปูนประจำปี ทันตแพทย์ก็ใช้เครื่องมือขูดปิ๊ด ๆ แป๊บเดียวก็ออก ฟันก็กลับมาสะอาดโล่งปากเหมือนเดิม

แต่เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมบางคนถึงแปรงฟันอย่างดี ส่องกระจกดูแล้วฟันก็ไม่มีคราบหินปูนสีเหลืองให้เห็นเลย แต่กลับมีอาการ “เหงือกบวม แดงง่าย แปรงฟันทีไรเลือดออกซ้ำ ๆ” หรือบางทีก็เริ่มมีกลิ่นปากลอยออกมาโดยไม่รู้สาเหตุ?

คำตอบของปริศนานี้ซ่อนตัวอยู่ในจุดที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่าค่ะ! มันคือภัยเงียบที่ชื่อว่า “หินปูนใต้เหงือก” (Subgingival Calculus) ศัตรูตัวร้ายที่แอบซุกซ่อนอยู่ลึกลงไปในร่องเหงือก คอยกัดเซาะและทำลายโครงสร้างประคองฟันอย่างเงียบ ๆ โดยที่คุณไม่ทันรู้ตัวเลย

บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเจ้าหินปูนใต้เหงือกอย่างเจาะลึก ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แตกต่างจากหินปูนธรรมดาทั่วไปขนาดไหน ทำไมขูดหินปูนแบบปกติถึงเอาไม่ออก และมีวิธีจัดการเพื่อเซฟเหงือกกับฟันของคุณให้อยู่ยาวนานได้อย่างไรค่ะ

ทำความเข้าใจ หินปูนบนเหงือก VS หินปูนใต้เหงือก ต่างกันอย่างไร?

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เรามาแบ่งประเภทของหินปูนในช่องปากออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ตามตำแหน่งที่มันเกาะอยู่กันก่อนนะคะ

หินปูนใต้เหงือก เหงือกบวมเลือดออก ทำไมขูดหินปูนปกติไม่หาย? โรคปริทันต์ และการเกลารากฟัน (Root Planing) ที่ The Fun Room ลาดกระบัง

หินปูนบนเหงือก (Supragingival Calculus)

คือหินปูนชนิดที่เราคุ้นเคยกันดีค่ะ มันจะก่อตัวขึ้นบริเวณ “เหนือขอบเหงือก” สังเกตเห็นได้ง่ายด้วยตาเปล่า มักเป็นคราบสีขาวครีม สีเหลือง หรือสีน้ำตาลอ่อน เกิดจากการตกตะกอนของแร่ธาตุแคลเซียมและฟอสเฟตใน “น้ำลาย” รวมตัวกับคราบแบคทีเรีย (Plaque) ที่เราแปรงออกไม่หมด หินปูนชนิดนี้มีความแข็งระดับปานกลาง ขูดออกได้ง่ายในการทำฟันแบบปกติทั่วไปค่ะ

หินปูนใต้เหงือก (Subgingival Calculus)

คือหินปูนที่ถือกำเนิดขึ้นลึกลงไป “ใต้ขอบเหงือก” ฝังตัวอยู่ในร่องเหงือก (Periodontal Pocket) หินปูนชนิดนี้ซ่อนแอบอยู่มิดชิดจนเราส่องกระจกไม่เห็นเลยค่ะ

สิ่งที่ทำให้มันน่ากลัวกว่าหินปูนธรรมดามาก ๆ คือ มันไม่ได้สะสมตัวจากน้ำลายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่แบคทีเรียในร่องเหงือกปล่อยสารพิษจนเหงือกอักเสบและมีเลือดออก เลือดและน้ำเหลืองที่ไหลออกมาใต้เหงือกจะปล่อยธาตุเหล็กและโปรตีนออกมาทำปฏิกิริยากับคราบพลัค ทำให้หินปูนใต้เหงือกมี “สีน้ำตาลเข้ม สีเขียวเข้ม ไปจนถึงสีดำ” และมีความแข็งแน่น ยึดเกาะกับผิวรากฟันเหนียวแน่นกว่าหินปูนธรรมดาหลายเท่าตัวเลยค่ะ!

หินปูนใต้เหงือก เหงือกบวมเลือดออก ทำไมขูดหินปูนปกติไม่หาย? โรคปริทันต์ และการเกลารากฟัน (Root Planing) ที่ The Fun Room ลาดกระบัง

ทำไมหินปูนใต้เหงือกถึงทำให้ เหงือกบวมเลือดออก และฟันโยก?

การมีหินปูนใต้เหงือกไม่ได้แค่สร้างคราบสีดำซ่อนไว้ใต้เหงือกเท่านั้นนะคะ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของ “โรคปริทันต์อักเสบ” (Periodontitis) หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า “โรครำมะนาด” นั่นเองค่ะ ลำดับเหตุการณ์อันตรายใต้เหงือกจะเกิดขึ้นเป็นวงจรอุบาทว์ดังนี้ค่ะ

  1. คราบแบคทีเรียหลุดลงร่องเหงือก: เวลาที่เราแปรงฟันไม่สะอาด คราบแบคทีเรียเล็ก ๆ จะค่อย ๆ แทรกตัวลงไปตามช่องว่างระหว่างฟันและขอบเหงือก
  2. เกิดการตกตะกอนเป็นหินปูนดำ: แบคทีเรียย่อยสลาย ทำให้อักเสบเลือดออก เลือดผสมกับแร่ธาตุกลายเป็นหินปูนใต้เหงือกสีดำที่มีผิวขรุขระ
  3. เป็นบ้านพักพิงชั้นดีของแบคทีเรียสายพันธุ์โหด: ผิวที่ขรุขระของหินปูนใต้เหงือกจะกลายเป็นที่ยึดเกาะและหลบซ่อนของแบคทีเรียชนิดไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Bacteria) ซึ่งเป็นสายพันธุ์รุนแรงที่ปล่อยสารพิษทำลายเนื้อเยื่อ
  4. เหงือกอักเสบรุนแรงและบวมโต: ร่างกายจะส่งเม็ดเลือดขาวมาต่อสู้กับสารพิษ ส่งผลให้เหงือกบวม แดง แสบ และมีเลือดออกได้ง่ายมาก ๆ แค่เอาแปรงสีฟันไปโดนเบา ๆ หรือเคี้ยวอาหารนุ่ม ๆ เลือดก็ไหลซึมออกมาแล้วค่ะ
  5. กระดูกรองรับรากฟันโดนทำลาย: เมื่อการอักเสบลุกลามลึกลงไป ร่างกายจะเริ่มละลายกระดูกขากรรไกรที่โอบอุ้มรากฟันเพื่อถอยหนีการติดเชื้อ ส่งผลให้ร่องเหงือกยิ่งลึกขึ้นเรื่อย ๆ (เกิดเป็นถุงใต้เหงือก หรือ Periodontal Pocket)
  6. ฟันโยกและสูญเสียฟันแท้: เมื่อกระดูกรอบรากฟันละลายตัวไปเรื่อย ๆ จนไม่เหลือฐานยึด ฟันจะเริ่มโยก มีหนองไหล มีกลิ่นปากรุนแรง และในที่สุดก็ต้องถอนฟันแท้ซี่นั้นทิ้งไปอย่างน่าเสียดายค่ะ
หินปูนใต้เหงือก เหงือกบวมเลือดออก ทำไมขูดหินปูนปกติไม่หาย? โรคปริทันต์ และการเกลารากฟัน (Root Planing) ที่ The Fun Room ลาดกระบัง

Checklist เช็กสัญญาณเตือน คุณอาจมี “หินปูนใต้เหงือก” ซ่อนอยู่!

เนื่องจากหินปูนใต้เหงือกส่องกระจกมองไม่เห็น เราจึงต้องสังเกต “สัญญาณเตือนทางอ้อม” ที่ร่างกายพยายามส่งสัญญาณบอกเราค่ะ ลองมาเช็กตัวเองกันดูนะคะ

  • แปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันแล้วมีเลือดออกบ่อย ๆ: เลือดออกง่ายผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้แปรงแรงเลย
  • เหงือกมีสีแดงคล้ำหรือบวมนูน: ขอบเหงือกดูไม่เป็นสีชมพูอ่อนเหมือนธรรมชาติ แต่ดูบวม ฉ่ำน้ำ หรือมีสีแดงอมม่วง
  • มีกลิ่นปากเรื้อรัง: แปรงฟัน อมน้ำยาบ้วนปาก หรือใช้สเปรย์แล้วกลิ่นปากก็ยังไม่หาย เพราะต้นตอแก๊สกลิ่นมาจากแบคทีเรียใต้ร่องเหงือก
  • รู้สึกฟันยาวขึ้น หรือเหงือกร่น: เริ่มเห็นโคนฟันโผล่ออกมามากกว่าเดิม เพราะกระดูกและเหงือกร่นต่ำลง
  • รู้สึกตึง ๆ หน่วง ๆ หรือเจ็บลึก ๆ ที่คอฟัน: เวลาเคี้ยวอาหารจะรู้สึกหน่วง ๆ รำคาญใจบริเวณรากฟัน
  • ฟันเริ่มห่างหรือโยกคลอน: รู้สึกว่าฟันเริ่มขยับได้เวลาใช้นิ้วโยก หรือมีเศษอาหารไปติดซอกฟันบ่อยขึ้นกว่าแต่ก่อน

หากคุณมีข้อใดข้อหนึ่งใน Checklist นี้ นั่นแปลว่าอาจจะมีหินปูนใต้เหงือกแอบซุกซ่อนอยู่แล้วค่ะ!

หินปูนใต้เหงือก เหงือกบวมเลือดออก ทำไมขูดหินปูนปกติไม่หาย? โรคปริทันต์ และการเกลารากฟัน (Root Planing) ที่ The Fun Room ลาดกระบัง

ทำไมขูดหินปูนธรรมดาถึง “ไม่หาย”? รู้จักการ “เกลารากฟัน” (Scaling & Root Planing)

หลายคนสงสัยว่า “หมอคะ หนูขูดหินปูนทุก 6 เดือนเลยนะ ทำไมเหงือกยังบวมและมีเลือดออกอยู่อีก?”

ต้องอธิบายแบบนี้ค่ะ การ “ขูดหินปูนทั่วไป” (General Scaling) เปรียบเหมือนการทำความสะอาดกวาดขยะบนพื้นบ้าน ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมืออัลตร้าโซนิกกวาดเอาหินปูนที่อยู่เหนือขอบเหงือกออกไปเท่านั้น ซึ่งหากคนไข้มีหินปูนใต้เหงือกฝังลึก เครื่องมือขูดหินปูนปกติจะลงไปไม่ถึงค่ะ!

หากต้องการกำจัดหินปูนใต้เหงือกให้หมดสิ้น ทันตแพทย์จะต้องใช้วิธีการรักษาที่เรียกว่า “การเกลารากฟัน” (Root Planing) ร่วมด้วยค่ะ

วิธีทำความสะอาดจัดการหินปูนบริเวณไหน
การขูดหินปูนทั่วไป (Scaling)คราบหินปูนบนตัวฟัน เหนือขอบเหงือก
การเกลารากฟัน (Root Planing)หินปูนใต้เหงือกที่ฝังลึกในร่องเหงือก + ขัดผิวรากฟันให้เรียบเนียน

การเกลารากฟัน (Root Planing) คืออะไร?

การเกลารากฟัน คือการใช้เครื่องมือทันตกรรมขนาดเล็กที่มีความละเอียดสูง (Curettes) ล่วงลึกเข้าไปในร่องเหงือก เพื่อขูดและสะกิดเอาคราบหินปูนใต้เหงือกสีดำออกจนหมด จากนั้นจะทำการ “ขัดผิวรากฟันที่ขรุขระให้เรียบเนียน” (Planing)

เหตุผลที่ต้องขัดผิวรากฟันให้เรียบเนียน เพราะผิวรากฟันที่เรียบกริ๊บจะทำให้แบคทีเรียและหินปูนใหม่ยึดเกาะได้ยากมาก และที่สำคัญที่สุดคือ เปิดโอกาสให้เนื้อเยื่อเหงือกสามารถกลับมากระชับแนบสนิทกับผิวรากฟันได้อีกครั้ง ทำให้อาการเหงือกบวม เลือดออก และกลิ่นปากหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ค่ะ!

ขั้นตอนการรักษาหินปูนใต้เหงือกอย่างสบายใจ

คนไข้หลายคนพอได้ยินคำว่า “ล้วงลงไปใต้เหงือก” ก็เริ่มกลัวเจ็บกันแล้วใช่ไหมคะ? หมออยากให้คลายความกังวลใจได้เลยค่ะ เพราะขั้นตอนการเกลารากฟันเพื่อรักษาหินปูนใต้เหงือกในปัจจุบันมีความอ่อนโยนและนุ่มนวลมาก

  1. ตรวจวัดความลึกร่องเหงือก (Periodontal Charting): ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือวัดความลึกของร่องเหงือกรอบ ๆ ฟันทุกซี่ เพื่อประเมินว่ามีหินปูนซุกซ่อนอยู่ลึกกี่มิลลิเมตร และทำแผนที่ตำแหน่งการอักเสบไว้
  2. การยาชาเฉพาะจุด (Local Anesthesia): เพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายและไม่เจ็บเลยตลอดการทำหัตถการ ทันตแพทย์จะทายาชาและฉีดยาชาเฉพาะจุดบริเวณเหงือกซี่ที่จะรักษาค่ะ
  3. ขูดหินปูนและเกลารากฟัน (Scaling & Root Planing): ทันตแพทย์จะค่อย ๆ ใช้เครื่องมืออัลตร้าโซนิกหัวเล็กพิเศษร่วมกับเครื่องมือมือ (Hand Instruments) ค่อย ๆ ทำความสะอาดเอาหินปูนดำใต้เหงือกออกอย่างประณีตทีละซี่
  4. ล้างทำความสะอาดร่องเหงือกด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ: ขจัดคราบแบคทีเรียและเศษหินปูนที่หลุดออกมาออกให้หมดสิ้น
  5. นัดติดตามผล (Follow-up): หลังจากรักษาไปประมาณ 4–6 สัปดาห์ ทันตแพทย์จะนัดกลับมาประเมินร่องเหงือกอีกครั้ง ซึ่งคนไข้จะสังเกตเห็นได้ชัดเจนเลยว่าเหงือกยุบบวม เปลี่ยนกลับเป็นสีชมพูสวย และไม่มีเลือดออกเวลาแปรงฟันอีกต่อไปแล้วค่ะ!

วิธีป้องกันหินปูนใต้เหงือกไม่ให้กลับมารังควานรอยยิ้ม

เมื่อเรากำจัดหินปูนใต้เหงือกออกไปจนเหงือกกลับมาแข็งแรงดีแล้ว การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากในชีวิตประจำวันคือหัวใจสำคัญที่จะไม่ให้มันกลับมาอีกค่ะ

  1. ใช้ไหมขัดฟัน (Dental Floss) หรือแปรงซอกฟันทุกวัน: การแปรงฟันด้วยแปรงสีฟันปกติทำความสะอาดได้แค่ 60% ของผิวฟันเท่านั้นค่ะ อีก 40% ที่เหลือตามซอกฟันและขอบเหงือก ต้องอาศัยไหมขัดฟันโอบถูละมุน ๆ เพื่อขจัดคราบพลัคก่อนที่จะทันแข็งตัวกลายเป็นหินปูนใต้เหงือก
  2. แปรงฟันด้วยเทคนิคขยับปัด (Modified Bass Technique): วางขนแปรงเอียง 45 องศาเข้าหาขอบเหงือก ขยับเบา ๆ สั้น ๆ แล้วปัดลง (สำหรับฟันบน) หรือปัดขึ้น (สำหรับฟันล่าง) เพื่อให้ปลายขนแปรงเข้าไปทำความสะอาดบริเวณร่องเหงือกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. ใช้เครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดร่องฟัน (Water Flosser): สำหรับผู้ที่มีร่องเหงือกลึก หรือมีฟันห่าง การใช้เครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดฟันจะช่วยฉีดล้างเศษอาหารและแบคทีเรียใต้ร่องเหงือกออกได้อย่างดีเยี่ยม
  4. ตรวจสุขภาพช่องปากและวัดร่องเหงือกทุก 6 เดือน: แม้จะไม่มีอาการปวด แต่การให้ทันตแพทย์ช่วยสแกนเช็กใต้ร่องเหงือกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราตรวจเจอคราบหินปูนใต้เหงือกตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและจัดการได้ทันทีก่อนที่กระดูกจะละลายตัวค่ะ

เซฟสุขภาพเหงือก เพื่อเซฟฟันแท้ให้อยู่กับเราไปนาน ๆ ที่ คลินิกทันตกรรม The Fun Room

อาการเหงือกบวมและเลือดออกเวลาแปรงฟัน ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่คุณควรปล่อยผ่านหรือมองข้ามไปนะคะ เพราะมันคือสัญญาณเตือนจากร่างกายว่า “หินปูนใต้เหงือก” กำลังแอบทำลายฐานรากฟันของคุณอยู่!

การส่องกระจกแล้วเห็นฟันขาวสะอาด อาจไม่ได้แปลว่าใต้เหงือกของคุณจะไม่มีหินปูนซ่อนอยู่ค่ะ การเข้ามารับการตรวจเช็กสุขภาพเหงือกอย่างลึกซึ้ง คือขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยรักษาฟันแท้ของคุณให้อยู่บดเคี้ยวอาหารอร่อย ๆ และยิ้มได้อย่างมั่นใจไปตลอดชีวิต

หากคุณมีอาการเลือดออกตามซอกฟัน เหงือกบวม มีกลิ่นปาก หรือไม่ได้ตรวจสุขภาพเหงือกมานานแล้ว คลินิกทันตกรรม The Fun Room พร้อมเปิดบ้านดูแลคุณเสมอค่ะ ทีมทันตแพทย์ของเราพร้อมให้บริการตรวจวิเคราะห์สุขภาพเหงือกอย่างละเอียด อ่อนโยน มือเบา และใส่ใจในทุกขั้นตอน เพื่อให้การดูแลสุขภาพช่องปากของคุณเป็นเรื่องง่าย สบายใจ และไร้ความกังวล มาเปลี่ยนเหงือกบวมฉ่ำให้กลับเป็นเหงือกสีชมพูสุขภาพดีไปพร้อม ๆ กับเราที่ คลินิกทันตกรรม The Fun Room นะคะ

👉 โทรหาเรา หรือ ติดต่อเรา

หินปูนใต้เหงือก เหงือกบวมเลือดออก ทำไมขูดหินปูนปกติไม่หาย? โรคปริทันต์ และการเกลารากฟัน (Root Planing) ที่ The Fun Room ลาดกระบัง