
เวลาที่เราพูดถึง เหงือกบวมเลือดออก หลายคนคงนึกถึงแผ่นคราบสีเหลืองหรือสีน้ำตาลที่เกาะอยู่ตามคอฟันหรือโคนฟันที่เรามองเห็นได้ชัดเจนเวลาส่องกระจกใช่ไหมคะ? เวลาไปขูดหินปูนประจำปี ทันตแพทย์ก็ใช้เครื่องมือขูดปิ๊ด ๆ แป๊บเดียวก็ออก ฟันก็กลับมาสะอาดโล่งปากเหมือนเดิม
แต่เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมบางคนถึงแปรงฟันอย่างดี ส่องกระจกดูแล้วฟันก็ไม่มีคราบหินปูนสีเหลืองให้เห็นเลย แต่กลับมีอาการ “เหงือกบวม แดงง่าย แปรงฟันทีไรเลือดออกซ้ำ ๆ” หรือบางทีก็เริ่มมีกลิ่นปากลอยออกมาโดยไม่รู้สาเหตุ?
คำตอบของปริศนานี้ซ่อนตัวอยู่ในจุดที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่าค่ะ! มันคือภัยเงียบที่ชื่อว่า “หินปูนใต้เหงือก” (Subgingival Calculus) ศัตรูตัวร้ายที่แอบซุกซ่อนอยู่ลึกลงไปในร่องเหงือก คอยกัดเซาะและทำลายโครงสร้างประคองฟันอย่างเงียบ ๆ โดยที่คุณไม่ทันรู้ตัวเลย
บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเจ้าหินปูนใต้เหงือกอย่างเจาะลึก ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แตกต่างจากหินปูนธรรมดาทั่วไปขนาดไหน ทำไมขูดหินปูนแบบปกติถึงเอาไม่ออก และมีวิธีจัดการเพื่อเซฟเหงือกกับฟันของคุณให้อยู่ยาวนานได้อย่างไรค่ะ
ทำความเข้าใจ หินปูนบนเหงือก VS หินปูนใต้เหงือก ต่างกันอย่างไร?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เรามาแบ่งประเภทของหินปูนในช่องปากออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ตามตำแหน่งที่มันเกาะอยู่กันก่อนนะคะ

หินปูนบนเหงือก (Supragingival Calculus)
คือหินปูนชนิดที่เราคุ้นเคยกันดีค่ะ มันจะก่อตัวขึ้นบริเวณ “เหนือขอบเหงือก” สังเกตเห็นได้ง่ายด้วยตาเปล่า มักเป็นคราบสีขาวครีม สีเหลือง หรือสีน้ำตาลอ่อน เกิดจากการตกตะกอนของแร่ธาตุแคลเซียมและฟอสเฟตใน “น้ำลาย” รวมตัวกับคราบแบคทีเรีย (Plaque) ที่เราแปรงออกไม่หมด หินปูนชนิดนี้มีความแข็งระดับปานกลาง ขูดออกได้ง่ายในการทำฟันแบบปกติทั่วไปค่ะ
หินปูนใต้เหงือก (Subgingival Calculus)
คือหินปูนที่ถือกำเนิดขึ้นลึกลงไป “ใต้ขอบเหงือก” ฝังตัวอยู่ในร่องเหงือก (Periodontal Pocket) หินปูนชนิดนี้ซ่อนแอบอยู่มิดชิดจนเราส่องกระจกไม่เห็นเลยค่ะ
สิ่งที่ทำให้มันน่ากลัวกว่าหินปูนธรรมดามาก ๆ คือ มันไม่ได้สะสมตัวจากน้ำลายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่แบคทีเรียในร่องเหงือกปล่อยสารพิษจนเหงือกอักเสบและมีเลือดออก เลือดและน้ำเหลืองที่ไหลออกมาใต้เหงือกจะปล่อยธาตุเหล็กและโปรตีนออกมาทำปฏิกิริยากับคราบพลัค ทำให้หินปูนใต้เหงือกมี “สีน้ำตาลเข้ม สีเขียวเข้ม ไปจนถึงสีดำ” และมีความแข็งแน่น ยึดเกาะกับผิวรากฟันเหนียวแน่นกว่าหินปูนธรรมดาหลายเท่าตัวเลยค่ะ!

ทำไมหินปูนใต้เหงือกถึงทำให้ เหงือกบวมเลือดออก และฟันโยก?
การมีหินปูนใต้เหงือกไม่ได้แค่สร้างคราบสีดำซ่อนไว้ใต้เหงือกเท่านั้นนะคะ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของ “โรคปริทันต์อักเสบ” (Periodontitis) หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า “โรครำมะนาด” นั่นเองค่ะ ลำดับเหตุการณ์อันตรายใต้เหงือกจะเกิดขึ้นเป็นวงจรอุบาทว์ดังนี้ค่ะ
- คราบแบคทีเรียหลุดลงร่องเหงือก: เวลาที่เราแปรงฟันไม่สะอาด คราบแบคทีเรียเล็ก ๆ จะค่อย ๆ แทรกตัวลงไปตามช่องว่างระหว่างฟันและขอบเหงือก
- เกิดการตกตะกอนเป็นหินปูนดำ: แบคทีเรียย่อยสลาย ทำให้อักเสบเลือดออก เลือดผสมกับแร่ธาตุกลายเป็นหินปูนใต้เหงือกสีดำที่มีผิวขรุขระ
- เป็นบ้านพักพิงชั้นดีของแบคทีเรียสายพันธุ์โหด: ผิวที่ขรุขระของหินปูนใต้เหงือกจะกลายเป็นที่ยึดเกาะและหลบซ่อนของแบคทีเรียชนิดไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Bacteria) ซึ่งเป็นสายพันธุ์รุนแรงที่ปล่อยสารพิษทำลายเนื้อเยื่อ
- เหงือกอักเสบรุนแรงและบวมโต: ร่างกายจะส่งเม็ดเลือดขาวมาต่อสู้กับสารพิษ ส่งผลให้เหงือกบวม แดง แสบ และมีเลือดออกได้ง่ายมาก ๆ แค่เอาแปรงสีฟันไปโดนเบา ๆ หรือเคี้ยวอาหารนุ่ม ๆ เลือดก็ไหลซึมออกมาแล้วค่ะ
- กระดูกรองรับรากฟันโดนทำลาย: เมื่อการอักเสบลุกลามลึกลงไป ร่างกายจะเริ่มละลายกระดูกขากรรไกรที่โอบอุ้มรากฟันเพื่อถอยหนีการติดเชื้อ ส่งผลให้ร่องเหงือกยิ่งลึกขึ้นเรื่อย ๆ (เกิดเป็นถุงใต้เหงือก หรือ Periodontal Pocket)
- ฟันโยกและสูญเสียฟันแท้: เมื่อกระดูกรอบรากฟันละลายตัวไปเรื่อย ๆ จนไม่เหลือฐานยึด ฟันจะเริ่มโยก มีหนองไหล มีกลิ่นปากรุนแรง และในที่สุดก็ต้องถอนฟันแท้ซี่นั้นทิ้งไปอย่างน่าเสียดายค่ะ

Checklist เช็กสัญญาณเตือน คุณอาจมี “หินปูนใต้เหงือก” ซ่อนอยู่!
เนื่องจากหินปูนใต้เหงือกส่องกระจกมองไม่เห็น เราจึงต้องสังเกต “สัญญาณเตือนทางอ้อม” ที่ร่างกายพยายามส่งสัญญาณบอกเราค่ะ ลองมาเช็กตัวเองกันดูนะคะ
- แปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันแล้วมีเลือดออกบ่อย ๆ: เลือดออกง่ายผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้แปรงแรงเลย
- เหงือกมีสีแดงคล้ำหรือบวมนูน: ขอบเหงือกดูไม่เป็นสีชมพูอ่อนเหมือนธรรมชาติ แต่ดูบวม ฉ่ำน้ำ หรือมีสีแดงอมม่วง
- มีกลิ่นปากเรื้อรัง: แปรงฟัน อมน้ำยาบ้วนปาก หรือใช้สเปรย์แล้วกลิ่นปากก็ยังไม่หาย เพราะต้นตอแก๊สกลิ่นมาจากแบคทีเรียใต้ร่องเหงือก
- รู้สึกฟันยาวขึ้น หรือเหงือกร่น: เริ่มเห็นโคนฟันโผล่ออกมามากกว่าเดิม เพราะกระดูกและเหงือกร่นต่ำลง
- รู้สึกตึง ๆ หน่วง ๆ หรือเจ็บลึก ๆ ที่คอฟัน: เวลาเคี้ยวอาหารจะรู้สึกหน่วง ๆ รำคาญใจบริเวณรากฟัน
- ฟันเริ่มห่างหรือโยกคลอน: รู้สึกว่าฟันเริ่มขยับได้เวลาใช้นิ้วโยก หรือมีเศษอาหารไปติดซอกฟันบ่อยขึ้นกว่าแต่ก่อน
หากคุณมีข้อใดข้อหนึ่งใน Checklist นี้ นั่นแปลว่าอาจจะมีหินปูนใต้เหงือกแอบซุกซ่อนอยู่แล้วค่ะ!

ทำไมขูดหินปูนธรรมดาถึง “ไม่หาย”? รู้จักการ “เกลารากฟัน” (Scaling & Root Planing)
หลายคนสงสัยว่า “หมอคะ หนูขูดหินปูนทุก 6 เดือนเลยนะ ทำไมเหงือกยังบวมและมีเลือดออกอยู่อีก?”
ต้องอธิบายแบบนี้ค่ะ การ “ขูดหินปูนทั่วไป” (General Scaling) เปรียบเหมือนการทำความสะอาดกวาดขยะบนพื้นบ้าน ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมืออัลตร้าโซนิกกวาดเอาหินปูนที่อยู่เหนือขอบเหงือกออกไปเท่านั้น ซึ่งหากคนไข้มีหินปูนใต้เหงือกฝังลึก เครื่องมือขูดหินปูนปกติจะลงไปไม่ถึงค่ะ!
หากต้องการกำจัดหินปูนใต้เหงือกให้หมดสิ้น ทันตแพทย์จะต้องใช้วิธีการรักษาที่เรียกว่า “การเกลารากฟัน” (Root Planing) ร่วมด้วยค่ะ
| วิธีทำความสะอาด | จัดการหินปูนบริเวณไหน |
|---|---|
| การขูดหินปูนทั่วไป (Scaling) | คราบหินปูนบนตัวฟัน เหนือขอบเหงือก |
| การเกลารากฟัน (Root Planing) | หินปูนใต้เหงือกที่ฝังลึกในร่องเหงือก + ขัดผิวรากฟันให้เรียบเนียน |
การเกลารากฟัน (Root Planing) คืออะไร?
การเกลารากฟัน คือการใช้เครื่องมือทันตกรรมขนาดเล็กที่มีความละเอียดสูง (Curettes) ล่วงลึกเข้าไปในร่องเหงือก เพื่อขูดและสะกิดเอาคราบหินปูนใต้เหงือกสีดำออกจนหมด จากนั้นจะทำการ “ขัดผิวรากฟันที่ขรุขระให้เรียบเนียน” (Planing)
เหตุผลที่ต้องขัดผิวรากฟันให้เรียบเนียน เพราะผิวรากฟันที่เรียบกริ๊บจะทำให้แบคทีเรียและหินปูนใหม่ยึดเกาะได้ยากมาก และที่สำคัญที่สุดคือ เปิดโอกาสให้เนื้อเยื่อเหงือกสามารถกลับมากระชับแนบสนิทกับผิวรากฟันได้อีกครั้ง ทำให้อาการเหงือกบวม เลือดออก และกลิ่นปากหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ค่ะ!
ขั้นตอนการรักษาหินปูนใต้เหงือกอย่างสบายใจ
คนไข้หลายคนพอได้ยินคำว่า “ล้วงลงไปใต้เหงือก” ก็เริ่มกลัวเจ็บกันแล้วใช่ไหมคะ? หมออยากให้คลายความกังวลใจได้เลยค่ะ เพราะขั้นตอนการเกลารากฟันเพื่อรักษาหินปูนใต้เหงือกในปัจจุบันมีความอ่อนโยนและนุ่มนวลมาก
- ตรวจวัดความลึกร่องเหงือก (Periodontal Charting): ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือวัดความลึกของร่องเหงือกรอบ ๆ ฟันทุกซี่ เพื่อประเมินว่ามีหินปูนซุกซ่อนอยู่ลึกกี่มิลลิเมตร และทำแผนที่ตำแหน่งการอักเสบไว้
- การยาชาเฉพาะจุด (Local Anesthesia): เพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายและไม่เจ็บเลยตลอดการทำหัตถการ ทันตแพทย์จะทายาชาและฉีดยาชาเฉพาะจุดบริเวณเหงือกซี่ที่จะรักษาค่ะ
- ขูดหินปูนและเกลารากฟัน (Scaling & Root Planing): ทันตแพทย์จะค่อย ๆ ใช้เครื่องมืออัลตร้าโซนิกหัวเล็กพิเศษร่วมกับเครื่องมือมือ (Hand Instruments) ค่อย ๆ ทำความสะอาดเอาหินปูนดำใต้เหงือกออกอย่างประณีตทีละซี่
- ล้างทำความสะอาดร่องเหงือกด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ: ขจัดคราบแบคทีเรียและเศษหินปูนที่หลุดออกมาออกให้หมดสิ้น
- นัดติดตามผล (Follow-up): หลังจากรักษาไปประมาณ 4–6 สัปดาห์ ทันตแพทย์จะนัดกลับมาประเมินร่องเหงือกอีกครั้ง ซึ่งคนไข้จะสังเกตเห็นได้ชัดเจนเลยว่าเหงือกยุบบวม เปลี่ยนกลับเป็นสีชมพูสวย และไม่มีเลือดออกเวลาแปรงฟันอีกต่อไปแล้วค่ะ!
วิธีป้องกันหินปูนใต้เหงือกไม่ให้กลับมารังควานรอยยิ้ม
เมื่อเรากำจัดหินปูนใต้เหงือกออกไปจนเหงือกกลับมาแข็งแรงดีแล้ว การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากในชีวิตประจำวันคือหัวใจสำคัญที่จะไม่ให้มันกลับมาอีกค่ะ
- ใช้ไหมขัดฟัน (Dental Floss) หรือแปรงซอกฟันทุกวัน: การแปรงฟันด้วยแปรงสีฟันปกติทำความสะอาดได้แค่ 60% ของผิวฟันเท่านั้นค่ะ อีก 40% ที่เหลือตามซอกฟันและขอบเหงือก ต้องอาศัยไหมขัดฟันโอบถูละมุน ๆ เพื่อขจัดคราบพลัคก่อนที่จะทันแข็งตัวกลายเป็นหินปูนใต้เหงือก
- แปรงฟันด้วยเทคนิคขยับปัด (Modified Bass Technique): วางขนแปรงเอียง 45 องศาเข้าหาขอบเหงือก ขยับเบา ๆ สั้น ๆ แล้วปัดลง (สำหรับฟันบน) หรือปัดขึ้น (สำหรับฟันล่าง) เพื่อให้ปลายขนแปรงเข้าไปทำความสะอาดบริเวณร่องเหงือกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ใช้เครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดร่องฟัน (Water Flosser): สำหรับผู้ที่มีร่องเหงือกลึก หรือมีฟันห่าง การใช้เครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดฟันจะช่วยฉีดล้างเศษอาหารและแบคทีเรียใต้ร่องเหงือกออกได้อย่างดีเยี่ยม
- ตรวจสุขภาพช่องปากและวัดร่องเหงือกทุก 6 เดือน: แม้จะไม่มีอาการปวด แต่การให้ทันตแพทย์ช่วยสแกนเช็กใต้ร่องเหงือกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราตรวจเจอคราบหินปูนใต้เหงือกตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและจัดการได้ทันทีก่อนที่กระดูกจะละลายตัวค่ะ
เซฟสุขภาพเหงือก เพื่อเซฟฟันแท้ให้อยู่กับเราไปนาน ๆ ที่ คลินิกทันตกรรม The Fun Room
อาการเหงือกบวมและเลือดออกเวลาแปรงฟัน ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่คุณควรปล่อยผ่านหรือมองข้ามไปนะคะ เพราะมันคือสัญญาณเตือนจากร่างกายว่า “หินปูนใต้เหงือก” กำลังแอบทำลายฐานรากฟันของคุณอยู่!
การส่องกระจกแล้วเห็นฟันขาวสะอาด อาจไม่ได้แปลว่าใต้เหงือกของคุณจะไม่มีหินปูนซ่อนอยู่ค่ะ การเข้ามารับการตรวจเช็กสุขภาพเหงือกอย่างลึกซึ้ง คือขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยรักษาฟันแท้ของคุณให้อยู่บดเคี้ยวอาหารอร่อย ๆ และยิ้มได้อย่างมั่นใจไปตลอดชีวิต
หากคุณมีอาการเลือดออกตามซอกฟัน เหงือกบวม มีกลิ่นปาก หรือไม่ได้ตรวจสุขภาพเหงือกมานานแล้ว คลินิกทันตกรรม The Fun Room พร้อมเปิดบ้านดูแลคุณเสมอค่ะ ทีมทันตแพทย์ของเราพร้อมให้บริการตรวจวิเคราะห์สุขภาพเหงือกอย่างละเอียด อ่อนโยน มือเบา และใส่ใจในทุกขั้นตอน เพื่อให้การดูแลสุขภาพช่องปากของคุณเป็นเรื่องง่าย สบายใจ และไร้ความกังวล มาเปลี่ยนเหงือกบวมฉ่ำให้กลับเป็นเหงือกสีชมพูสุขภาพดีไปพร้อม ๆ กับเราที่ คลินิกทันตกรรม The Fun Room นะคะ
